หลวงปู่หอม เขมิโย วัดหนองชนะชัย
ผู้ตั้ง ข้อความ
chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 27 Oct 2008 03:45 pm
เรื่อง: หลวงปู่หอม เขมิโย วัดหนองชนะชัย
ตอบโดยอ้างข้อความ

หลวงปู่หอม เขมิโย ยอดพระเกจิฯ ลพบุรี

ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พระเกจิอาจารย์เมืองลพบุรีไม่เคยขาดสาย มีพระดีให้กราบไหว้บูชามากมาย

"หลวงปู่หอม เขมิโย" เป็นพระดีหนึ่งในจำนวนนั้น ด้วยความเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีความเคร่งครัดในการปฏิบัติศาสนธรรม เมตตาบารมีสูง จึงมีศิษยานุศิษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

วงการนักนิยมสะสมวัตถุมงคลรู้จักกันในนามของพระเกจิอาจารย์ที่มีอาคมแก่กล้าและพลังจิตตานุภาพ กิตติศัพท์ที่สร้างชื่อและความฮือฮาไปทั่วสารทิศ

ปัจจุบัน หลวงปู่หอม เขมิโย สิริอายุ 85 พรรษา 65 เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองชนะชัย ต.เกาะแก้ว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

อัตโนประวัติ เกิดในสกุล มโนรัตน์ เมื่อวันจันทร์ ปีจอ เดือน 4 พ.ศ.2465 ที่หมู่บ้านปลาซิว ต.หนองใหญ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

เมื่อจบชั้นประถม จนอายุครบ 12 ปี โยมบิดา ได้พาบุตรชายไปบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดจีนเลี้ยว วัดในพื้นที่ใกล้บ้าน เนื่องจากเห็นว่าเป็นเด็กที่มีความเฉลียวฉลาด ใฝ่การศึกษา หากปล่อยให้อยู่กับพ่อแม่ต่อไป เกรงว่าจะส่งเสียให้เล่าเรียนในระดับสูงไม่ได้ เนื่องจากทางบ้านมีฐานะยากจน

บรรพชาโดยมีพระครูเทวราชญาณกวี เจ้าอาวาสวัดจีนเลี้ยว เป็นพระอุปัชฌาย์

จากนั้น จึงเดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรม ที่สำนักเรียนวัดขุนศรี อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น และสอบได้นักธรรมชั้นเอก

กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดหนองจีนเลี้ยว โดยมีพระครูเทวราชญาณกวี เจ้าอาวาสวัดจีนเลี้ยว เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมหาสิงห์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระใบฎีกาบุญมี เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังครองผ้ากาสาวพัสตร์ พระหอมได้มุ่งมั่นศึกษาค้นคว้าในเรื่องปฏิบัติธรรม และเคยไปขอฝากตัวเป็นศิษย์ เพื่อศึกษาในด้านปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระมหาเถระชื่อดังแห่งยุค จนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในวัตรปฏิบัติยิ่ง

ท่านจึงละเลิกในด้านการศึกษาภาษาบาลี หันมาศึกษาด้านการปฏิบัติ ด้วยการออกเดินธุดงควัตรไปตามพื้นที่ป่าเขาลำเนาไพร โดยเริ่มจากการออกเดินธุดงค์ไปทางจังหวัดในภาคเหนือ ผ่านจังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น และอีกหลายจังหวัด ก่อนมุ่งเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่

เนื่องจาก การออกเดินธุดงค์ปลีกวิเวกตามป่าเขาลำเนาไพร จำเป็นต้องมีวิทยาคม เอาไว้ป้องกันภัยอันตรายนานัปการ เนื่องจากคนป่าคนดอยหรือพวกกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ตามดอยเขา ชอบลองวิชากับพระธุดงค์อยู่เป็นประจำ

ตัวท่านก็ไม่ได้ละเลยจากการศึกษาวิทยาคม ได้ฝึกฝนวิชาจากพระอาจารย์ชาวเขมร โดยต้องไปนั่งบริกรรมภาวนาท่องพุทโธ และมนต์คาถาต่างๆ อยู่บนหลุมฝังศพคนตายใหม่เพียงลำพังคนเดียว ทำให้จิตไม่ฟุ้งซ่านเกรงกลัวภยันตราย และเป็นการทำจิตให้เกิดสมาธิที่รวดเร็วอีกด้วย ด้วยสถานที่ตรงนั้นเป็นสถานที่สงบ ไร้คนรบกวน

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว ครั้งที่ท่านเดินธุดงค์ผ่านมาถึงบ้านหนองชนะชัยเป็นครั้งแรก ท่านได้รับการบอกเล่าจากชาวบ้านว่า ทุก 7 วัน จะมีผีโพงลอยบนท้องฟ้าปรากฏให้เห็นเหมือนกับผีพุ่งไต้ ลักษณะเป็นลูกไฟกลมดวงใหญ่ลอยข้ามวัด ลอยข้ามหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสมัยก่อนชาวบ้านส่วนใหญ่มีความเชื่อเรื่องภูตผีวิญญาณ

ภายหลังหลวงปู่หอม ทราบเรื่องราว ท่านได้แนะนำให้ชาวบ้านขุดหลุมขึ้นในเขตหมู่บ้าน 8 หลุม จากนั้น ท่านได้มอบดินเสกก้อนกลม ที่ทำขึ้นผสมกับชานหมากแจกจ่ายให้ชาวบ้าน นำไปฝังเอาไว้ในที่ทั้ง 8 ทิศ นับว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่ง เพราะนับแต่นั้นมา ไม่ปรากฏผีโพงลอยเป็นดวงไฟมาให้พบเห็นอีกเลย ทำให้ชาวบ้านอยู่กันอย่างไม่หวาดกลัวอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน ขณะที่ชาวบ้านช่วยกันขุดหลุมนั้น ได้พบก้อนหินสีดำ มีลักษณะผิดแผกไปจากหินทั่วไป จึงได้มอบให้กับหลวงปู่หอม โดยท่านได้นำไปให้ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องวัตถุโบราณตรวจสอบ หลายคนลงความเห็นว่า บริเวณบ้านหนองชนะชัย ในอดีตคงจะเป็นเมืองทวารวดี และหินสีดำก้อนที่พบน่าจะเป็นหยกสีดำ ที่ชาวบ้านนำมาแกะสลักเป็นเครื่องประดับร่างกาย ได้แก่ ลูกปัด เนื่องจากเชื่อว่าสามารถปกป้องภัยอันตรายต่างๆ ได้

หินสีดำหรือหยกสีดำที่พบดังกล่าว หลวงปู่หอม ได้นำมาแกะสลักเป็นพระปิดตามหาลาภ ทำการปลุกเสกเป็นวัตถุมงคล มีพุทธคุณในเรื่องเมตตามหานิยม คงกระพัน ซึ่งในปัจจุบันหายากมาก

วัตถุมงคลที่หลวงปู่หอมจัดสร้างขึ้น ล้วนแต่ได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีพุทธคุณในหลายด้านด้วยกัน ทั้งในด้านเมตตามหานิยม คงกระพัน และค้าขาย

ล่าสุด หลวงปู่หอม ได้จัดสร้างเหรียญรุ่นสิงห์ชนะชัยขึ้นมาอีกรุ่น โดยว่ากันว่า เหรียญรุ่นสิงห์ชนะชัยที่ท่านจัดสร้างขึ้นมารุ่นนี้ ถ้าใครเช่าไปบูชาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ทำงานอยู่ในสังกัดคอสิงห์ทั้งหลาย ถ้าได้ไปแขวนคล้องคอ จะเสริมบารมีให้เป็นอย่างดี ชื่อเสียงฟุ้งกระจายในทางเป็นมงคล

สำหรับวัดหนองชนะชัย ต.เกาะแก้ว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี แต่เดิมเป็นสถานที่ทุรกันดารเป็นอย่างมาก การเดินทางเข้าไปยังวัดหนองชนะชัย ต้องเดินเท้าเข้าไป เพราะรถวิ่งเข้าไปไม่ได้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่เป็นหลัก

กระทั่ง หลวงปู่หอม เดินธุดงค์ผ่านมาอยู่จำพรรษาที่วัดหนองชนะชัย ต.เกาะแก้ว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ท่านได้ร่วมกับชาวบ้านทำการพัฒนาวัดหนองชนะชัย จนมีความเจริญรุ่งเรือง พร้อมกันนี้ ได้ประสานกับหน่วยงานราชการ ทำการพัฒนาถนนในการสัญจรไปมาและเดินทางมาวัด โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

ปัจจุบัน การเดินทางมาที่วัดหนองชนะชัย สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบาย เพราะมีถนนลาดยางเข้ามาถึงวัดแล้ว

หลวงปู่หอม เป็นพระที่เปี่ยมล้นด้วยเมตตา ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และการศึกษาพระปริยัติธรรม นักธรรม-บาลี ทำให้ท่านมีลูกศิษย์ที่เคารพและศรัทธาท่านทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับชาวบ้าน ไปจนถึงข้าราชการทหาร ตำรวจ และนักการเมือง

ในชีวิตสมณเพศตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงวัยชรา หลวงปู่หอม ยังมั่นคงในการเจริญพระกัมมัฏฐานตลอดมา ด้วยเห็นว่าเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้จิตใจหมดจดบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง