พระบูชา สมัยอู่ทอง
ผู้ตั้ง ข้อความ
chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 28 Oct 2008 02:11 pm
เรื่อง: พระบูชา สมัยอู่ทอง
ตอบโดยอ้างข้อความ

พระบูชา สมัยอู่ทอง

เมืองไทย นอกจากมีพระบูชาสมัยเชียงแสน สมัยสุโขทัยที่โด่งดังแล้ว ยังมีชุมชนทางภาคกลางแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความรุ่งเรืองด้านศิลปวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาอยู่อีกมากมาย โดยเฉพาะการสร้างพระพุทธปฏิมากรไว้อีกสมัยหนึ่งที่เด่นดัง นั่นคือ “พระบูชาสมัยอู่ทอง” จนในวงการพระจัดไว้ในชุดไตรภาคีพระบูชาไว้ ซึ่งประกอบด้วยพระบูชา ๓ สมัย อันได้แก่ เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง ด้วยพุทธลักษณะที่โดดเด่น สวยงาม และพระนามอันเป็นสิริมงคล ทำให้พระบูชาชุดนี้ได้รับความนิยมสูงค่ามาก ในองค์ที่สมบูรณ์งดงาม มีมูลค่าถึงองค์ละหลายล้านบาท

ในวงการพระเครื่อง พระบูชาสมัยอู่ทอง ได้รับยกย่องว่า ทรงคุณค่าทัดเทียมเสมอด้วยพระพุทธรูปสกุลช่างสมัยสุโขทัย แต่มีลักษณะแตกต่างกัน คือ พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยมีลักษณะอ่อนช้อย นุ่มนวล แสดงเปรียบเสมือนพุทธองค์ภายหลังตรัสรู้หลุดพ้นแล้ว

แต่พระพุทธรูปสมัยอู่ทองมีลักษณะทรวดทรงสำแดงถึงความเข้มแข็ง ขึงขัง พระพักตร์ออกเป็นสี่เหลี่ยม สง่างาม เฉียบขาดอย่างนักรบผู้กล้าหาญ จึงเป็นที่นิยมของบุคคลบางกลุ่มเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับต้นกำเนิดของ พระพุทธรูปอู่ทอง นั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีกำเนิด ณ ท้องถิ่นเมืองใดแน่ แต่คำว่า "อู่ทอง" ไม่ได้บ่งบอกว่ามีถิ่นกำเนิดจาก อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แต่อย่างใด

เดิมทีนักเลงพระเรียกพระพุทธรูปแบบนี้ว่า “พระเมืองสรรค์” หรือ “พระเมืองสรรค์แข้งคม” ทั้งนี้เป็นเพราะว่า พระพุทธรูปสมัยอู่ทองพบครั้งแรกที่ เมืองสรรค์ จ.ชัยนาท จนกระทั่งในปี ๒๔๗๑ ศ.ยอช เซเดส์ จึงขนานนามพิมพ์นี้ว่า “พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง” เป็นครั้งแรก โดยให้คำอธิบายว่าเริ่มทำตั้งแต่ก่อนพระเจ้าอู่ทอง (สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑) พระพุทธรูปสมัยอู่ทองนอกจากพบมากที่พระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรีแล้ว ยังพบอยู่ทั่วๆ ไปตามแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแถบภาคกลาง เช่น ชัยนาท นครสวรรค์ ตลอดถึงตอนใต้ของภาคเหนือ อันได้แก่ พิษณุโลก กำแพงเพชร สุโขทัย อีกจำนวนไม่น้อย

พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง แบ่งออกได้เป็น ๓ รุ่น ด้วยกัน คือ

๑.พระพุทธรูป สมัยอู่ทอง ๑ เรามักเรียกกันมากในอีกแบบหนึ่งว่า “อู่ทองสุวรรณภูมิ” จัดว่าเป็นพระยุคแรกของสมัยอู่ทอง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะเมืองทวารวดี กับลพบุรีผสมผสานกัน มีลักษณะคล้ายพระพุทธรูปสมัยทวารวดียุคปลาย โดยเฉพาะใบหน้า แต่พระเนตรไม่อูม พระโอษฐ์ไม่แบะอย่างพระพุทธรูปสมัยทวารวดี

เอกลักษณ์ที่เด่นชัดของพระสมัยนี้นิยมทำคือ พระเมาลีและพระเกศ (มวยผม) เป็นรูปฝาชีครอบ มักเทด้วยโลหะสัมฤทธิ์ มีความหนา และน้ำหนักมากกว่าพระพุทธรูปสมัยอื่นๆ

๒.พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ๒ เป็นพระพุทธรูปของสมัยอู่ทองที่นิยมมากที่สุด ซึ่งได้รับอิทธิพลจากพระพุทธรูปสมัยลพบุรีมากยิ่งขึ้น โดยจะเห็นได้ชัดที่ใบหน้าขององค์พระ เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีไรพระศกเป็นเส้นหนา (เรียกกันเล่นๆ ว่า “ที่คาดผม”) คิ้วเป็นเส้นตรง หัวคิ้วเชื่อมต่อกัน เม็ดพระศกเป็นเม็ดละเอียดแบบหนามขนุน รัศมีเป็นเปลวเพลิง คางป้านคล้ายคางมนุษย์จริงๆ จีวรแนบเนื้อ สังฆาฏิแข็งใหญ่ ปลายมักตัดตรง ฐานเป็นแบบฐานสำเภา มักประทับนั่งแบบขัดสมาธิราบ นักสะสมนิยมเรียกกันว่า “พระอู่ทองหน้าแก่”

๓.พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ๓ เป็นพระพุทธรูปที่นิยมแพร่หลายในสมัยกรุงศรีอยุธยายุคต้น จนเห็นได้ชัดจากพระสมัยนี้บรรจุไว้ในพระปรางค์กรุวัดราชบูรณะ ที่สร้างโดย สมเด็จเจ้าสามพระยา เป็นจำนวนเกือบ ๔๐๐ องค์ พระพุทธรูปแบบนี้มีชื่อเรียกกันโดยทั่วไปว่า “พระอู่ทองหน้าหนุ่ม” มีพุทธลักษณะส่วนใหญ่คล้ายกับพระอู่ทอง ๒ แต่แตกต่างกันบางส่วน คือใบหน้ามีแบบที่เป็นรูปไข่คล้ายกับพระสมัยสุโขทัยมากกว่าลพบุรี เพราะอิทธิพลของเมืองลพบุรีสลายไปแทบหมดสิ้น พร้อมกับพระเกศเป็นรัศมีแบบเปลวเพลิง พระขนง (คิ้ว) โก่ง ไม่เชื่อมต่อกัน ยิ่งกว่านั้นนิ้วมือก็ยังมีการทำแบบอ่อนช้อย

ในยุคนี้ถือว่าวิทยาการในการหล่อโลหะประณีตมาก สังเกตจาก พระอู่ทองหน้าหนุ่มนี้เนื้อโลหะจะมีความบางมากกว่าพระบูชาทุกสมัย เลยเป็นเหตุให้หาพระสมัยนี้ที่มีความสมบูรณ์ยากมาก

รวมความได้ว่า พระพุทธรูปอู่ทอง ๓ แบบนี้ ได้รับอิทธิพลจากพระพุทธรูปสุโขทัยมากที่สุด ซึ่งมีอิทธิพลของเมืองลพบุรีหลงเหลืออยู่บ้าง ที่พอเห็นได้คือ เส้นไรพระศก และสัดส่วนของพระเท่านั้นเอง โดยที่พระพุทธรูปอู่ทองรุ่นที่ ๓ นี้ มีลักษณะต่างกับอีกสองแบบเล็กน้อย ตามที่พบคือ

แบบอู่ทอง-สุโขทัย จะมีความงดงามนุ่มนวล อ่อนช้อย เนื่องจากได้ใกล้ชิดกับอิทธิพลสุโขทัย พบมากที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก เมืองกำแพงเพชร และสุโขทัยอีกพอประมาณ

แบบอู่ทอง-อโยธยา จะมีความขึงขังใกล้เคียงกับพระอู่ทองหน้าแก่ของเดิมอยู่มากกว่า เพียงแต่นำพุทธลักษณะใบหน้าเป็นรูปไข่ของอิทธิพลสุโขทัยมาใช้เท่านั้น พบมากในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี

อิทธิพลของพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ส่งผลโดยตรงต่อพระพุทธรูปสมัยอยุธยาในเวลาต่อมา โดยเฉพาะพระพุทธรูปอู่ทอง ๓ แทบจะกล่าวได้เลยว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนต้นอย่างแท้จริง