การบูชาเทวดานพเคราะห์
ผู้ตั้ง ข้อความ
chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 05 Nov 2008 01:52 pm
เรื่อง: การบูชาเทวดานพเคราะห์
ตอบโดยอ้างข้อความ

การบูชาเทวดานพเคราะห์

ต้นฉบับจากคัมภีร์โหรหลวง มหาทักษาพิสดาร โดย อ. โหรญาณโชติ
.
การบูชาเทวดานพเคราะห์ ซึ่งเป็นลัทธิที่นิยมทำกันอยู่นี้ ความประสงค์อันยิ่งใหญ่ คือ ปรารถนาให้เทพยดาผู้มีมหิทธิฤทธิ์อำนาจช่วยเหลือป้องกัน และปลดเปลื้องทุกข์ภัยพิบัติ ยังความเกษมสวัสดิ์ให้บังเกิดมี เป็นธรรมดาของมนุษย์ผู้มีจิตใจสูง เมื่อได้ประสบทุกข์เข็ญเข้าแล้ว ก็พยายามหลีกเลี่ยง หรือแก้ไขทุกข์ภัยด้วยอุบายพิธีต่างๆ จึงได้ประกอบพิธีบูชาเทพเจ้าด้วยวรามิสอันวิจิตรบรรจงนาๆประการ โดยวิธีทำให้ท่านชอบ และหวังผลตอบแทน คือ ความสุขสำราญนิราศภัย

แต่การบูชาเทวดานพเคราะห์ อันเป็นลัทธิไสยศาสตร์ ซึ่งต้องอาศัยคติพุทธศาสตร์เข้าแทรกปนอยู่ด้วยนี้ ย่อมเป็นข้อนำให้สัณนิษฐานว่า ผู้ที่จะได้เป็นเทวดานั้น ต้องอบรมคุณงามความดี จนบารมีแก่กล้าสิ้นกาลช้านานจึงเป็นเทวดาได้ เมื่อผู้ใดบูชาสักการะเทวดา ก็เป็นผู้ที่เคารพนับถือและบูชาผู้มีคุณงามความดีนั่นเอง และเป็นอันเชื่อว่า ได้บำเพ็ญกรณีส่วนเทวดาพลี การบูชาผู้ทรงคุณงามความดีจะหาโทษมิได้ ย่อมให้ประสบแต่ผลดี คือ ความเจริญโดยส่วนเดียว โดยเหตุที่เทวดาพลีธรรมิกสักการเป็นอปริหานิยปฎิบัติ เป็นที่ตั้งแห่งสุขสวัสดิ์วิบูลย์ผลนี้แล
 
สมเด็จพระบรมศาสดา จึงตรัสแก่มหานามลิจฉวีกษัตริย์ ดังพุทธพจน์ที่ปรากฎอยู่ในอปภิหานิยธรรมสูตรปัญจกังคุตตรนิกาย ว่า "ปุนะ จะปะรังมหานามะ กุละปุตโตยาตา เทวตา ตา สักกะโรติ" เป็นต้น มีความว่า ดูก่อนมหานามะ กุลบุตรผู้ใดผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นขัตติยราชได้มรุธาภิเศกแล้ว หรือเป็นรัฐกาธิบดี ครอบครองแว่นแคว้นบริโภคผ่านสมบัติ อันพระชนกประทานให้ก็ดี หรือเป็นนายแต่เสนา นายบ้าน นายกอง แม้โดยอย่างต่ำเป็นแต่อธิบดีเฉพาะผู้เดียว ในตระกูลนั้นๆก็ดี มาปฎิบัติเทวดาพลีสักการะเทพเจ้าเหล่าใด ซึ่งเป็นผู้รับพลีกรรม คือ อารักขเทวดาที่รักษาตน และวัตถุเทวดาอันสถิตในที่อยู่เป็นต้น ควรมนุษย์ชนจะบวงสรวงสักการะให้ยินดี กุลบุตรมาสักการะบูชาเทพเจ้าทั้งหลายนั้น อันกุลบุตรได้สักการะบูชาด้วยเทวดาพลีแล้ว ก็ย่อมอนุเคราะห์กุลบุตรนั้นๆด้วยจิตเป็นกุศลไกลจากพยาบาทวิหิงสา ทั้งเมตตาต่อกุลบุตรนั้น ว่า จีรัง ชีวะ ทีฆะ มายุง ปาเรหิ ขอท่านจงดำรงอยู่นานเถิด จงเลี้ยงรักษาอายุให้ยืนนาน ดูก่อนมหานามะกุลบุตรนั้น เทพเจ้าหากอนุเคราะห์ด้วยไมตรีกัลยาณจิตฉะนี้แล้ว เร่งปรารถนาความเจริญถ่ายเดียวเถิด ไม่พึงมีความเสื่อม คงจะไม่มีวุฒิความเจริญโดยไม่สงสัยดังนี้
 
พิธีบูชานพเคราะห์นิยมทำกันเมื่อมีอายุ 60 ปี หรือเรียกว่าทำบุญอายุครบ 5 รอบ (หรือแซยิด) การทำบุญวันเกิด หรือขณะที่ได้รับทุกข์ภัยไข้เจ็บ นอกจากจะนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์แล้ว ยังได้เชิญโหรและพราหมณ์มาประกอบพิธียัญญกิจควบคู่กันไปกับทางพุทธศาสตร์ด้วย 
 
สิ่งของที่จะต้องใช้ในการประกอบพิธีมีมาก เพราะเป็นพิธีใหญ่ มีการจัดตั้งบัตรพลีบูชาเทพยดา ตั้งเครื่องสังเวยเซ่นบวงสรวง เพื่อขอพรเทพยดาดาวพระเคราะห์ ซึ่งสถิตในดวงชะตาให้มาช่วยปัดเป่าทุกข์ภัย บันดาลให้เกิดสวัสดิมงคล มีความสุขสมบูรณ์เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่งขึ้น ปราศจากอุปสรรคหายนะภยันตรายทั้งปวง จึงเรียกว่า "พิธีสวดนพเคราะห์"

การสวดนพเคราะห์ พระสงฆ์เป็นผู้สวดบทพระปริต ตามกำหนดบทของดาวนพเคราะห์ โดยสวดสลับกันกับโหร ซึ่งโหรทำหน้าที่กล่าวคาถาบูชาเทพยดาเป็นทำนองสรภัญญะ เมื่อโหรกล่าวคำบูชาเทพยดาจบแล้ว พระสงฆ์ก็เจริญพระพุทธมนต์ตามบทของดาวพระเคราะห์ สลับกันไปกับโหรที่สวดบูชาเทวดานพเคราะห์องค์นั้นๆจนครบ 9 องค์

เนื่องในพิธีการบูชานพเคราะห์ กระทำกันหลายนัยด้วยกัน ถ้าจะประกอบพิธีทั้งทางพุทธศาสตร์และพราหมณ์ควบคู่กันไปให้ถูกต้องสมบูรณ์ ตามคตินิยมแบบฉบับของโหราจารย์แล้ว นับว่าเป็นพิธีที่ใหญ่จะต้องใช้ทุนทรัพย์มาก ผู้มีจิตศรัทธาจะจัดทำได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีฐานะดีเป็นคฤหบดี หรือเจ้านายที่สูงศักดิ์จึงกระทำได้

ดังนั้น เพื่อเป็นการประหยัดเกี่ยวกับเศรษฐกิจ โดยการใช้ทุนทรัพย์ให้น้อยลงเพื่อความสะดวก จึงเปิดโอกาสให้มีผู้มีจิตศรัทธาทุกเพศทุกวัย ได้เข้าร่วมในพิธีบูชานพเคราะห์ เป็นการสะเดาะเคราะห์ เสริมสร้างบารมีให้ดวงชะตาดีเด่น เพื่อความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าของชีวิตปัจจุบันและอนาคต จึงจำต้องร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานพิธีบูชานพเคราะห์ขึ้นเป็นส่วนรวม ด้วยการช่วยเหลือบริจาคทุนทรัพย์ตามกำลังศรัทธา ใช้ศาลาการเปรียญหรือวิหาร ณ วัดใดวัดหนึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชานพเคราะห์ จึงจะประสบผลสำเร็จหรือเป็นผลดี แก่ผู้มีจิตศรัทธาที่มีฐานะด้อยและมีรายได้น้อย