พระประธานวัดเขมาภิรตาราม
วัดเขมาภิรตาราม เป็นวัดโบราณมีมาก่อนสมัยอยุธยา ต่อมาจากแผ่นดินพระเจ้าอู่ทอง แต่ถูกทิ้งร้างไปนานจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมมีชื่อเรียกสั้นๆว่า “วัดเขมา” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสันนิษฐานว่าเป็นวัดที่ชาวเขมร มาสร้างไว้ และเอานามเขมรมาตั้งชื่อ คำว่า เขมาหรือเขมะหรือเขมะรัฐ แปลว่า เขมรนั่นเอง วัดเขมาอายุนานมากกว่า ๕๐๐ ปี พระเจ้าอู่ทอง(พระรามาธิบดีที่ ๑) ทรงปฏิสังขรณ์ จึงเป็นวัดที่สำคัญขึ้น คือเป็นพระอารามหลวงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์ ยังทรงอุปถัมภ์และสังกัดในบัญชีกฐินหลวงของวังหน้า (กรมพระราชวังบวรฯ)
มาจนถึงรัชกาลที่ ๒ กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์บรมราชินี ว่าวัดเขมาเป็นวัดใหญ่ จึงทรงขอมาอยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และได้ทรงปฏิสังขรณ์จน ให้บำเพ็ญพระกุศลเป็นอันมากเรียบร้อยแล้วให้ฉลองสมโภชเมื่อ พ.ศ.๒๓๗๑ และขนานนามว่า “วัดเขมา” ข้าฯในกรมขุดรากฐานพระอุโบสถขยายออกไปให้กว้างและถมพื้นพระอุโบสถให้สูงขึ้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและกรมพระราชวังบวรฯรับสั่งให้ก่อพระประธานสวมองค์เก่าบูรณะพระพุทธรูปทั้งหมดก่อกำแพงสร้างศาลาการเปรียญเรียบร้อยแล้วบำเพ็ญกุศลสมโภช เมื่อปีชวด สัมฤทธิศก ๑๑๙๐ (พ.ศ. ๒๓๗๑)
ต่อมาปีกุน ตรีศก ๑๒๑๓(พ.ศ.๒๓๙๔)รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งให้ปฏิสังขรณ์ทั้งพระอาราม ขุดคูรอบวัด สร้างพระอสีติมหาสาวกล้อมพระประธาน
สมัยรัชกาลที่ ๕ โปรดให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์อีกเมื่อสิ้นรัชกาลก็ขาดตอนลง การบูรณะปฏิสังขรณ์ ทำตามกำลังความสามารถของบรรดาเจ้าอาวาส และพุทธศาสนิกชนทั่วไป |