๑๐๘ เหตุผลคนเข้าหาพระ
ผู้ตั้ง ข้อความ
chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 02 Dec 2008 01:09 pm
เรื่อง: ๑๐๘ เหตุผลคนเข้าหาพระ
ตอบโดยอ้างข้อความ

๑๐๘ เหตุผลคนเข้าหาพระ

"ดวงตก อกหัก หลักลอย คอยงาน สังขารเสื่อม เลื่อมใสพระศาสนา แสวงหาทางพ้นทุกข์ ขี้คุก ขี้ยา หวังมาหลอกลวงพระ" นี่คือเหตุผลการเข้าหาพระ จากข้อสรุปของ พระราชวิจิตรปฏิภาณ พระนักเทศน์ชื่อดังจากวัดสุทัศนเทพวราราม หรือ "เจ้าคุณพิพิธ"

ทั้งนี้เจ้าคุณพิพิธอธิบายให้ฟังว่า ดวงตก เคยดีกลับไม่ดี เคยได้กลับไม่ได้ อยากจะกลับไปดีไปได้ ก็เลยเอาบุญเบิกทาง เมื่อคราวอกชุ่มก็ไปเที่ยวกันเป็นธรรมชาติของคนรักกัน แต่เมื่อ อกหัก ก็ไปปรับทุกข์กับพระดีกว่า ถือว่าเป็นวิถีชีวิตที่ถูกต้องแล้ว ดีกว่าไปกินเหล้าเมายาฆ่าตัวตาย หาคนรักใหม่ หลักลอย ยังไม่มีงานทำ ก็บวชเสียก่อน หรือเข้าไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจในวัด ในขณะที่ผู้เรียนจบใหม่ๆ ยังไม่ได้งาน จึงบวชพระก่อน เพื่อ คอยงาน ส่วน สังขารเสื่อม อายุมากแล้ว บางคนก็อาศัยบวชเพื่อดำรงชีวิต บางคนก็หมดความคิดที่จะสนุกกับวิถีชีวิตทางโลก เลื่อมใสพระศาสนา เป็นเหตุทั่วๆ ไป แสวงหาทางพ้นทุกข์ มุ่งดิ่งตรงเข้าสู่มรรค ผล นิพพาน ขี้คุก ขี้ยา บวชเพื่อปฏิบัติธรรมล้างบาป สุดท้ายคนเข้าหาพระเพื่อประสงค์ หวังมาหลอกลวงพระ โกงวัด หรือใช้ผู้หญิงมาเป็นนกต่อในระบบนารีพิฆาตฟาดเงินพระ

ส่วนการที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และพ่อค้านักธุรกิจการเมือง เข้าหาพระมีความโดดเด่นอยู่ ๓ ด้าน คือ
๑.พระที่เก่งโหราศาสตร์ฤกษ์ยาม
๒.พระที่มีความขลัง สามารถเสกสรรบันดาลได้
และ ๓.พระระดับวิปัสสนากรรมฐานชั้นสูง เพราะชีวิตทางโลกดีแล้ว ก็หาทางธรรม เพื่อเข้าสู่มรรคผลนิพพาน  

ขณะเดียวกัน ถ้าเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยส่วนใหญ่ มักเข้าไปทำบุญสุนทานและช่วยงานวัดอย่างจริงจัง ไม่ได้หวังผลใดๆ นอกจากบุญกุศล และทำตนให้เป็นประโยชน์แก่วัด ซึ่งมีอยู่ทุกกระทรวงทบวงกรม

ในกรณีของนักการเมืองเข้าพบพระเถระชั้นผู้ใหญ่ หรือพระเกจิอาจารย์ ตรวจดวงชะตา ทำนายทายทัก เพื่อหาฤกษ์ยาม เพื่อประกอบกิจต่างๆ กรณีเข้าหาพระเกจิอาจารย์ เช่น หลวงพ่อคูณ เพื่อกำจัดปัดเป่าเรื่องทุกข์ใจ ที่มันลึกๆ ไม่สามารถบอกใครได้ ในกรณีเข้าพบพระเถระผู้ใหญ่ มีอยู่ ๓ เหตุ คือ
๑.ปฏิบัติตามหน้าที่ ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างใหญ่พบใหญ่
๒.อยากอวดว่าเป็นคนใหญ่ระดับนี้ ก็สนิทกับพระผู้ใหญ่ระดับนี้ หรือสูงกว่า
๓.เข้าไปส่งเสริมงานเชิงบริหาร ระหว่างอาณาจักรกับพุทธจักร  เจ้าคุณพิพิธ กล่าว