บูชาเจ้าที่ ๕ แห่งม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ "อุทิศกาย เพื่อรักษามนุษยชน อุทิศใจ เพื่อเยียวยามวลชน อุทิศสติ เพื่อสร้างสรรค์มหาชน อุทิศปัญญา เพื่อพัฒนาปุถุชน อุทิศพลัง เพื่อส่งเสริมเยาวชน"
นี่เป็นหลักในการทำงานเพื่อสังคมของ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนกุล (ราชสกุลเดิม สวัสดิวัตน์) ผู้ช่วยเลขาธิการ สภากาชาดไทย ฝ่ายจัดหารายได้ และสตรีไทยดีเด่นประจำปี ๒๕๔๘ ของสภาสตรีแห่งชาติ ประเภทนักสังคมสงเคราะห์
ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี กล่าวว่า คนเราเกิดมาหากมีโอกาสที่จะเป็นผู้ให้ ย่อมเป็นการสร้างกรรมดีให้ตัวเอง เนื่องจากความจริงแล้ว กรรมทั้งดีและเลว ไม่มีใครเป็นผู้สร้างให้ ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระองค์ใดดลบันดาล และมิใช่โชคชะตากำหนดให้เป็นไป แต่กรรมทั้งหมดในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ล้วนแล้วแต่เกิดจากการกระทำของตนเองเป็นเหตุเบื้องต้นที่ส่งให้เกิดผลในเบื้องปลายทั้งสิ้น จึงเชื่อว่า ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่วก็ต้องได้รับผลกรรมไม่ดีตามมา
กรรมทั้งหลายที่คนเราทำอะไรไว้ไม่ดี ย่อมเห็นทันตาในชาตินี้ ไม่ต้องไปรอผลในชาติหน้า เรื่องราวของกฎแห่งกรรม รวมทั้งบุญ บาป เป็นเรื่องที่จะสามารถเตือนสติตัวเองได้ ว่าอย่าประมาทกับชีวิต สิ่งไหนสามารถสร้างกรรมดีได้ก็ควรต้องทำ คงไม่มีใครมาช่วยทำให้ตัวเราได้ เพราะเราเองเท่านั้นที่เป็นผู้เดียวที่จะได้รับผลแห่งการกระทำนั้นเอง
"เมื่อคนเราเห็นผิดเป็นชอบ จึงทำความชั่วไม่ละอายต่อบาป เมื่อทำความชั่วบ่อยครั้ง นิสัยไม่ดีก็เกิด การสั่งสมอาสวะก็เกิด ผลทุกข์ที่เดือดร้อนแสนสาหัสที่ยาวนานก็เกิด และกลายเป็นความทุกข์ที่ไม่สิ้นสุด จนกว่าจะคิดได้ในวันใดวันหนึ่งวันนั้น จึงจะเริ่มทำความเข้าใจกฎแห่งกรรม แต่ถ้าในยุคนั้น ไม่มีพระพุทธศาสนามาบังเกิดขึ้น คนเราก็คงต้องทุกข์กันต่อไป วันใดเข้าใจในสัมมาทิฐิได้ วันนั้น ก็คือวันที่จะได้มีโอกาสพ้นทุกข์" นี่เป็นความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมของ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี |