สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ

บูชาเจ้าที่ ๕ แห่งม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ

amulet.in.th -> ปาฏิหาริย์พระเครื่อง
ผู้ตั้ง ข้อความ
อัฐ


วันที่เข้าร่วม: 10 Jun 2008
ตอบ: 326
ตอบเมื่อ: 07 Jan 2009 02:57 pm
เรื่อง: บูชาเจ้าที่ ๕ แห่งม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ
ตอบโดยอ้างข้อความ

บูชาเจ้าที่ ๕ แห่งม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ 
 
"อุทิศกาย เพื่อรักษามนุษยชน อุทิศใจ เพื่อเยียวยามวลชน อุทิศสติ เพื่อสร้างสรรค์มหาชน อุทิศปัญญา เพื่อพัฒนาปุถุชน อุทิศพลัง เพื่อส่งเสริมเยาวชน"

นี่เป็นหลักในการทำงานเพื่อสังคมของ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนกุล (ราชสกุลเดิม สวัสดิวัตน์) ผู้ช่วยเลขาธิการ สภากาชาดไทย ฝ่ายจัดหารายได้ และสตรีไทยดีเด่นประจำปี ๒๕๔๘ ของสภาสตรีแห่งชาติ ประเภทนักสังคมสงเคราะห์

ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี กล่าวว่า คนเราเกิดมาหากมีโอกาสที่จะเป็นผู้ให้ ย่อมเป็นการสร้างกรรมดีให้ตัวเอง เนื่องจากความจริงแล้ว กรรมทั้งดีและเลว ไม่มีใครเป็นผู้สร้างให้ ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระองค์ใดดลบันดาล และมิใช่โชคชะตากำหนดให้เป็นไป แต่กรรมทั้งหมดในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ล้วนแล้วแต่เกิดจากการกระทำของตนเองเป็นเหตุเบื้องต้นที่ส่งให้เกิดผลในเบื้องปลายทั้งสิ้น จึงเชื่อว่า ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่วก็ต้องได้รับผลกรรมไม่ดีตามมา 

กรรมทั้งหลายที่คนเราทำอะไรไว้ไม่ดี ย่อมเห็นทันตาในชาตินี้ ไม่ต้องไปรอผลในชาติหน้า เรื่องราวของกฎแห่งกรรม รวมทั้งบุญ บาป เป็นเรื่องที่จะสามารถเตือนสติตัวเองได้ ว่าอย่าประมาทกับชีวิต สิ่งไหนสามารถสร้างกรรมดีได้ก็ควรต้องทำ คงไม่มีใครมาช่วยทำให้ตัวเราได้ เพราะเราเองเท่านั้นที่เป็นผู้เดียวที่จะได้รับผลแห่งการกระทำนั้นเอง

"เมื่อคนเราเห็นผิดเป็นชอบ จึงทำความชั่วไม่ละอายต่อบาป เมื่อทำความชั่วบ่อยครั้ง นิสัยไม่ดีก็เกิด การสั่งสมอาสวะก็เกิด ผลทุกข์ที่เดือดร้อนแสนสาหัสที่ยาวนานก็เกิด และกลายเป็นความทุกข์ที่ไม่สิ้นสุด จนกว่าจะคิดได้ในวันใดวันหนึ่งวันนั้น จึงจะเริ่มทำความเข้าใจกฎแห่งกรรม แต่ถ้าในยุคนั้น ไม่มีพระพุทธศาสนามาบังเกิดขึ้น คนเราก็คงต้องทุกข์กันต่อไป วันใดเข้าใจในสัมมาทิฐิได้ วันนั้น ก็คือวันที่จะได้มีโอกาสพ้นทุกข์" นี่เป็นความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมของ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี

chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 3837
ตอบเมื่อ: 08 Jan 2009 11:39 am
ตอบโดยอ้างข้อความ

หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี เป็นพระเครื่องที่ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี แขวนติดตัว พร้อมกับบอกที่มาว่า พระหลวงปู่ทวดองค์นี้ได้รับมาจาก ท่านผู้หญิงนวลผ่อง เสนาณรงค์ โดยมีความเชื่อว่า การแขวนพระเครื่องจะทำให้เรามีสิ่งที่ดีอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นเครื่องเตือนสติให้เรากระทำแต่ความดี ขณะเดียวกันพระเครื่องก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะคอยคุ้มครองเรา ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน จะอธิษฐานขอให้ท่านคุ้มครองเราให้เดินทางด้วยความปลอดภัยเสมอ

นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี ปฏิบัติเป็นประจำคือ การไหว้เจ้าที่ ๕ แห่งภายในบ้านด้วยกล้วย มะพร้าว และพวงมาลัย ตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ย ได้แก่ ไหว้เจ้าที่ ๓ แห่งรอบบ้าน ไหว้พระพุทธรูปบูชาภายในห้องพระ และไหว้องค์เจ้าแม่กวนอิม การไหว้แบบนี้เป็นความเชื่อส่วนตัว ทำแล้วเกิดความสบายใจ เหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย

นอกจากนี้ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี ก็มีความเชื่อในเรื่องของ พระธาตุประจำวันเกิด ด้วย โดยได้สวดคาถาบูชาพระธาตุประจำวันจันทร์ และจะพกบัตรพระธาตุประจำวันเกิดไว้ในกระเป๋าสตางค์ด้วย เพื่อให้เราระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะส่วนตัวชอบสวดมนต์ทุกค่ำคืน หากไปงานสังคมกลับบ้านดึก ก็จะไม่ลืมสวดมนต์ และจะต้องออกไปใส่บาตรทุกเช้า อย่างน้อยก็เป็นการสร้างกุศล อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งจะทำให้เราเกิดความสุขใจ

"ดิฉันคิดว่า การสวดมนต์สั้นๆ หรือสวดมนต์หลายๆ บทรวมกัน ก็ล้วนแต่ทำให้จิตใจเราสงบ นิ่ง ที่สำคัญการสวดมนต์ยังทำให้เรานอนหลับสนิท ที่สำคัญหลักธรรมได้นำมาใช้ในการทำงานคือ เมตตา การปรารถนาดีรักใคร่ต่อสัตว์ทั้งหลายเมตตาคือความไม่โกรธ กรุณา เมื่อเห็นสัตว์ทั้งหลายได้รับ ความลำบาก จิตใจของสัตบุรุษ มุทิตา ความรื่นเริงบันเทิงใจในความสุขความสมบูรณ์ของผู้อื่น และอุเบกขา ความวางเฉยต่อสัตว์ทั้งหลาย" ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี กล่าว

amulet.in.th -> ปาฏิหาริย์พระเครื่อง