สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ

พระกริ่งไพรีพินาศ ปี 2496 วัดบวรฯ

amulet.in.th -> ประวัติพระเครื่อง เหรียญ และพระบูชา
ผู้ตั้ง ข้อความ
อัฐ


วันที่เข้าร่วม: 10 Jun 2008
ตอบ: 326
ตอบเมื่อ: 26 Mar 2009 04:21 pm
เรื่อง: พระกริ่งไพรีพินาศ ปี 2496 วัดบวรฯ
ตอบโดยอ้างข้อความ

พระกริ่งไพรีพินาศ ปี 2496 หนึ่งในพระกริ่งของวัดบวรนิเวศวิหาร

พระกริ่งไพรีพินาศ ปี 2496 หนึ่งในพระกริ่งของวัดบวรนิเวศวิหาร ที่พระกริ่งไพรีพินาศ มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมสะสมอย่างกว้างขวางในแวดวงนักนิยมสะสมพระ เครื่อง ด้วยนาม "ไพรีพินาศ" เป็นนามของพระพุทธรูปศิลา ศิลปะบายน ประทับนั่งแสดงปางประทานอภัย ซึ่งมีผู้นำมาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสมัยที่ทรงผนวชและประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร อันเป็นช่วงที่ในราชสำนักเกิดเหตุการณ์วุ่นวายแล้วสามารถคลี่คลายลงได้ จึงถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลให้ศัตรูพ่ายแพ้ภัยตนเอง พระองค์จึงทรงพระราชทานนามว่า "พระไพรีพินาศ" อันเป็นเครื่องเตือนสติให้พึงกำจัดกิเลส ที่จะเป็นไพรีในใจตนเองครับผม

ในปี พ.ศ.2495 สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายก มีพระชนมายุครบ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงรับบำเพ็ญกุศลฉลองพระชนมายุถวายเป็นพระราชกุศล และในปี พ.ศ.2496 ได้มีการประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธปฏิมา ทีฆายุมหมงคล จัดสร้างวัตถุมงคลนามว่า "พระไพรีพินาศ" โดยจำลองพุทธลักษณะของพระไพรีพินาศเดิม มีทั้ง พระบูชา พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ เหรียญ ตลอดจนหม้อน้ำมนต์

อัฐ


วันที่เข้าร่วม: 10 Jun 2008
ตอบ: 326
ตอบเมื่อ: 26 Mar 2009 04:21 pm
ตอบโดยอ้างข้อความ

พระกริ่งไพรีพินาศ ปี 2496 ใช้กรรมวิธีการสร้างตามแบบตำนานพระกริ่งที่ได้ตกทอดมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระ มหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ และมีพุทธลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะคือ เนื้อโลหะที่สร้างเป็นเนื้อทองเหลืองที่มีลักษณะพิเศษ ถึงแม้จะผ่านเวลาเนิ่นนานสีสันยังคงเป็นสีเหลืองสดใสที่อมเขียวอย่างเจือจาง เล็กน้อย กรรมวิธีการสร้างเป็นพุทธศิลปะการเทแบบโบราณ ไม่มีการแต่งผิวหรือแต่งองค์พระ และหล่อโบราณ โดยใช้ "ดินขี้วัว" อันเป็นสูตรสำคัญในการหล่อพระพุทธปฏิมามาแต่สมัยอดีตหลายร้อยปี ทำให้เกิดเอกลักษณ์สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ที่ผิวขององค์พระจะปรากฏดินขี้วัวที่จับบนผิวพระไม่หนาเป็นปึก จะจับอยู่ในรูพรุนละเอียดทั้งองค์พระ และสีของดินขี้วัวจะเป็นสีเขียวอมดำเข้ม

พระกริ่งไพรีพินาศ ปี 2496 จะมีขนาดเท่ากันทุกองค์ และจากการถอดหุ่นเทียนด้านข้างโดยรอบขององค์พระจะเป็น "ตะเข็บ" ซึ่งเกิดจากการประกบแม่พิมพ์ พุทธลักษณะ เม็ดพระศกด้านหน้าเป็นเม็ดกลมโต มี 9 เม็ด ที่พระเนตรจะมีเม็ดตาดำรูปกลมแบน ค่อนข้างนูนต่ำ พระหัตถ์ข้างขวาหงายขึ้น ฐานด้านหลังด้านล่างเป็นตัวหนังสือบุ๋ม "ไพรีพินาศ" ซึ่งติดคมชัด มีตำหนิที่ก้นของพระกริ่งไพรีพินาศเป็นรอยตะไบและรอยเสี้ยน อันเกิดจากร่องรอยของการตะไบให้เรียบหลังจากการอุดก้นหลังใส่เม็ดพระกริ่งลง ไป อันนับเป็นตำหนิสำคัญของการดูพระแท้ทีเดียว และสัณฐานขององค์พระด้านขวาจะยกสูงส่วนด้านซ้ายจะทรุดต่ำเล็กน้อย

การจัดสร้างพระกริ่งไพรีพินาศ ปี 2496 แบ่งเป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ฐานบัวเหลี่ยม และพิมพ์ฐานบัวแหลม ซึ่งต่างกันตรงฐานบัว ตามชื่อของพิมพ์ คือ บัวเหลี่ยมและบัวแหลม นอกจากนี้ เกสรบัวของพิมพ์บัวแหลมจะค่อนข้างชัดกว่า และอีกประการคือ เม็ดพระศกด้านหลังของพิมพ์บัวเหลี่ยมจะเป็นเม็ดกลมโตเหมือนด้านหน้า แต่พิมพ์บัวแหลมจะไม่ติดเป็นเม็ดกลม

นับแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างกว้างขวาง ในโอกาสมงคลต่างๆ ของวัดบวรนิเวศวิหาร จึงมีการจัดสร้างพระไพรีพินาศและพระกริ่งไพรีพินาศ สืบต่อกันมาครับผม

ขอขอบคุณ คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง โดย ราม วัชรประดิษฐ์ นสพ.ข่าวสดรายวัน

amulet.in.th -> ประวัติพระเครื่อง เหรียญ และพระบูชา