สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ

ไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ

amulet.in.th -> ตำนานต่างๆ
ผู้ตั้ง ข้อความ
chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 01 Apr 2009 02:22 pm
เรื่อง: ไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ
ตอบโดยอ้างข้อความ

ไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ
 
เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ นับเป็นเทพเจ้าองค์แรกที่ชาวจีนต้อเซ่นไหว้ก่อนเทพองค์อื่นๆ เป็นเทพเจ้าที่มี พลานุภาพให้โชคลาภ ความมั่งคั่งร่ำรวยแก่ผู้เซ่นไหว้

ไฉ่ซิงเอี๊ย เป็นเทพชั้นสูง ให้คุณทางด้านอำนวยโชคลาภ ความมั่งคั่งทรัพย์สินเงินทอง ชาวจีนจึงยกย่องให้ท่านเป็น เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือเทพเจ้าแห่งเงินตรา ดังนั้นท่านที่มีบ้านเรืออยู่ใกล้ๆ กับชาวจีน จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าเห็นคนจีนเขาทำอะไรกันดึกดื่นเที่ยงคืนออกมาจุดธูปจุดเทียนกลางแจ้งไหว้อะไรกัน? คำตอบก็คือ เขาออกมารับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยนั่นเอง

นอกจากให้โชคลาภเรื่องเงินทอง ค้าขายแล้ว ชาวจีนยังเชื่อว่าการขอพรให้ท่านช่วยคุ้มครองลูกหลานผู้ไปอยู่ต่างถิ่นแดนไกลให้มีคว ามสำเร็จในเรื่องของการศึกษา ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพเจ้าที่รวมความศักดิ์สิทธิ์และอนุภาพหลายประการไว้ในองค์ท่านเอง

การไหว้เจ้า เป็นธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญของชาวจีน เช่นเดียวกับการไหว้พระสวดมนต์ของชาวไทย การไหว้เจ้าของชาวจีนเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายพันปี ตั้งแต่สมัย โจวกง (จิวกง) เป็นนักปกครองที่ยอดเยี่ยมในสมัยราชวงศ์โจว (ก่อนพ.ศ.591-พ.ศ.296) ได้ริเริ่มจารีตประเพณีต่างๆ มากมาย และเขียนเป็นตำราชื่อ “โจวหลี่”

นอกจากนี้ ผลงานสำคัญของโจวกง ได้แก่ การตรากฎมนเฑียรบาลว่า โอรสองค์โตที่ประสูติจากฮองเฮาหรือพระมเหสีเอกเท่านั้น ที่จะได้เป็น “รัชทายาท” สืบราชสมบัติเป็นฮ่องเต้ต่อไป

ในบันทึกประวัติศาสตร์จีน โจวกง เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 4 ของพระเจ้าโจวเหวินหวาง ต่อมาพระเชษฐาซึ่งเป็นราชโอรสองค์โตได้ครองราชย์ ทรงพระนามว่า พระเจ้าโจวหวู่หวาง ส่วน โจวกง (ชื่อต้นว่า โจวจีต้าน) ได้รับราชการในรัชกาลของพระองค์

โจวกง เป็นผู้มีความสามารถในการพัฒนาบ้านเมือง เป็นนักปกครองที่มีคุณธรรมสูงส่ง เป็นผู้ริเริ่มจารีตประเพณีสำคัญๆ ของจีนมากมายดังที่ปรากฏในคัมภีร์ “โจวหลี่” อาทิเช่น กำหนดธรรมเนียมประเพณีห้ามคนแซ่เดียวกันแต่งงานกันเอง และริเริ่มประเพณีการเซ่นไหว้ต่างๆ ฯลฯ

ต่อมาพระเจ้าโจวหวู่หวางสิ้นพระชนม์ เวลานั้นราชโอรสคือ พระเจ้าโจวเฉิงหวางยังทรงพระเยาว์ โจวกง ในฐานะพระอนุชาคนสำคัญ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทน และทำหน้าที่ดั่งเช่นพระบิดาบุญธรรม โจวกง เป็นผู้ริเริ่มจารีตประเพณียกย่อง ฮ่องเต้ (พระเจ้าแผ่นดิน) ว่าทรงเป็นมังกรผู้ยิ่งใหญ่ หรือเป็นโอรสสวรรค์ ซึ่งมีคำเรียกว่า “จิงเล้งเทียนจื้อ” มีความหมายว่า "มังกรโอรสสวรรค์"

ช่วงระยะที่ โจวกง เข้าร่วมบริหารราชการอยู่นั้น กล่าวได้ว่าเป็นระยะเวลาที่บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยที่สุด ทางราชการไม่ต้องลงโทษใครถึง 40 ปีเศษ เป็นช่วงเวลาที่ราชวงศ์โจวรุ่งเรื่องที่สุด และถือว่าจีนมีการปกครองที่ดีที่สุดในยุคนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม โจวกง กลับได้รับการยกย่องจากนักประวัติศาสตร์ว่า “ผู้บัญญัติประเพณี” มีเรื่องสนุกๆ ที่เล่ากันในหมู่คนจีนว่า หญิงสาวคนหนึ่งเมื่อรู้ว่าตนจะต้องแต่งงาน ก็ร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจเป็นอันมาก ถามแม่ว่า “ผู้ใดเป็นคนกำหนดว่าสตรีต้องแต่งงาน”
แม่ตอบว่า “เป็นโจวกง”
เมื่อทราบเช่นนั้น หญิงสาวก็บ่นสาปแช่งโจวกงอยู่เสมอๆ จนกระทั่งหลังพิธีแต่งงาน ได้ 3 วัน สาวนางนั้นกลับมาเยี่ยมบ้านแม่ตามประเพณี พอเข้าบ้าน นางจึงเอ่ยปากถามแม่ว่า “โจวกงผู้นี้อยู่ที่ใดหรือ”
ฝ่ายแม่ของหญิงสาวก็งงๆ ถามกลับว่า “เจ้าจะรู้ไปทำไม”
หญิงสาวตอบอย่างเอียงอายว่า “ข้าพเจ้าใคร่จะนำรองเท้าปักไปกำนัลแก่ท่านซักหน่อย”

การไหว้เจ้า เป็นประเพณีที่ชาวจีนนิยมปฏิบัติสืบทอดกันมาตามความเชื่อที่จะต้องไหว้เทพเจ้า (เซียน) ทั้งหลาย ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง และไหว้บรรพบุรุษ เพื่อให้เป็นสิริมงคล และนำความสุขความเจริญมาแก่ตนเองและคนในครอบครัว

ชาวจีนมีความเชื่อที่สืบต่อๆ กันมาว่า ในปีหนึ่งๆ มักจะมีสิ่งเลวร้าย เรื่องไม่ดี เรื่องอัปมงคล มากระทบหรือรังควานการดำเนินชีวิตของผู้คน จนทำให้เกิดการเจ็บป่วย การงานติดจัด เงินทองไม่คล่องตัว ทำอะไรก็พบแต่ความยุ่งยาก ชีวิตในบ้านไม่มีความสุข สิ่งที่จะช่วยเหลือได้คือ การไหว้เจ้า นั่นเอง เพราะเชื่อถือและปฏิบัติสืบถอดกันมากว่า 3000 ปีแล้ว การไหว้เจ้านอกจากจะเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับไปแล้ว ยังเป็นการวิงวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ช่วยดลบันดาลชีวิตให้พบแต่ความสุขความเจริญ ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา สุขภาพแข็งแรง มีความสุขตลอดไป

ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท และเสริมสร้างความมั่นใจ ที่จะให้ช่วยให้ท่านผ่านพ้นเคราะห์โศกต่างๆ ในแต่ละปี การไหว้เจ้าเพื่อเสริมสิริมงคลและพลังแห่งชีวิต ทำให้มีกำลังใจต่อสู้กับความยากลำบากให้มีความหวังไม่ท้อแท้ โดยเฉพาะเทพเจ้าองค์สำคัญที่ชาวจีนต้องกราบไหว้คือ ไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ความมั่งคั่งและการค้าขาย เพื่อให้คุ้มครองธุรกิจ การงาน การค้าให้รุ่งเรืองมีโชคลาภ

ความสำคัญของ ไฉ่ซิงเอี๊ย มีมากมายขนาดไหน สามารถพิจารณาได้จากการที่ชาวจีนต้องไหว้เป็นองค์แรกของวันตรุษจีน ก็จะทราบได้ นี่แสดงให้เห็นว่าชาวจีนให้ความสำคัญกับการค้าขายมาก ชีวิตจะทุกข์ยากลำบาก หรือสุขสบายเพียงใดขึ้นอยู่กับ “การค้าขาย” เป็นสำคัญ

ดังนั้นการที่ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย จึงได้รับความเคารพอย่างสูงสุดเช่นกัน จึงกำหนดได้ว่า เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เป็นเทพเจ้าองค์แรกที่ต้องไหว้ในวันตรุษจีน (วันขึ้นปีใหม่ของจีน)

ไฉ่ซิงเอี๊ย เป็นเทพชั้นสูง (ความเป็นเทพชั้นสูง ให้สังเกตจากเครื่องเซ่นไหว้จะเป็นของเจทั้งหมด) ให้คุณทางด้านการอำนวยโชคลาภ ความร่ำรวยแก่ผู้บูชา เป็นเทพองค์แรก ที่ชาวจีนต้องไหว้ในวันตรุษจีน โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบธุรกิจการค้า โดยในแต่ละปีเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จมาใน ทิศทาง และ เวลา ที่แตกต่างกัน ชาวจีนจึงนิยมที่จะบูชาเอาไว้ประจำบ้าน และนิยมบูชาอย่างสม่ำเสมอ

chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 01 Apr 2009 02:24 pm
เรื่อง: รูปลักษณ์และพลานุภาพของไฉ่ซิงเอี๊ย
ตอบโดยอ้างข้อความ

รูปลักษณ์และพลานุภาพของไฉ่ซิงเอี๊ย

ไฉ่ซิงเอี๊ย เป็นเทพชั้นสูงที่ชาวจีนให้ความสำคัญมาก เป็นเทพองค์แรกที่จะต้องเซ่นไหว้ก่อนเทพองค์อื่นๆ ทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่ทำมาค้าขาย ดังนั้นจึงมีการสร้างรูปเคารพของไฉ่ซิงเอี๊ยขึ้นมาสักการบูชากัน

ไฉ่ซิงเอี๊ยองค์บู๊

มักจะเป็นรูปชายวัยกลางคน ใส่ชุดนักรบจีนโบราญ ประกอบด้วยชุดเกราะ หมวกขุนพล มือซ้ายถือกระบอง มือขวาถือเงินหยวน (หยวนเป่า) ใบหน้าดุ มีพาหนะเป็นเสือโคร่งลายพาดกลอนตัวใหญ่ ไฉ่ซิงเอี๊ยองค์บู๊ นี้ชาวจีนที่บูชาเชื่อกันว่า มีพลานุภาพให้คุณแก่ผู้บูชาในเรื่องของหนี้สิน ช่วยให้ผู้บูชาเก็บหนี้ได้ง่ายขึ้น ลูกหนี้ไม่คิดเบี้ยวให้เจ้าหนี้ต้องลำบากใจ 

นอกจากนี้ยังมีอนุภาพช่วย ดูแล และควบคุมบริวาร ตลอดจนลูกจ้างให้อยู่ในระเบียบวินัย มีความขยันในการทำงาน ดังนั้น ตามโรงงาน หรือบริษัทใหญ่ๆ จึงนิยมบูชา ไฉ่ซิงเอี๊ยองค์บู๊ ด้วยความเชื่อที่ว่า จะช่วยดูแลคนทำงาน ตลอดจนเป็นหูเป็นตาให้กับจ้าของกิจการ นอกจานี้บรรดาข้าราชการ ทหาร หรือตำรวจ (ของจีน) ล้วนนิยมบูชาเซ่นไหว้ ไฉ่ซิงเอี๊ยองค์บู๊ เพราะช่วยดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีจำนวนมากนั่นเอง

ไฉ่ซิงเอี๊ยองค์บุ๋น

มักจะเป็นรูปของชายในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของจีนโบราญ สวมหมวกมีปีกออกไป 2 ข้างคล้ายๆ กับหมวกของเทพ ลก (หมายถึง ฮก ลก ซิ่ว) ชุดขุนนางจีนชั้นผู้ใหญ่ครบเครื่องทั้งเสื้อนอกใน มือทั้งสองข้างจะถือแผ่นผ้าจารึกอักษร ที่คลี่ออก เป็นอักษรมงคล หรือคำอวยพรที่เป็นสิริมงคลแก่ผู้บูชา

ชาวจีนเชื่อว่า ไฉ่ซิงเอี๊ยสามารถดลบันดาล หรือช่วยเหลือให้ผู้ที่บูชามีโชคมีลาภ ตลอดจนมีความมั่งคั่งร่ำรวย โชคลาภที่ได้นี้เนรายได้พิเศษ ไม่ใช่รายได้ประจำ (เงินเดือนหรือเงินค้าขายตามปกติ) ไฉ่ซิงเอี๊ยองค์บุ๋น นี้มีอานุภาพหรือให้คุณทางด้านเงินทอง หรือทรัพย์สิน ตลอดจนโชคลาภต่างๆ ทำให้ผู้บูชาประสบความสำเร็จ ลูกค้าเชื่อถือ

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ ไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ โดย พ.สุวรรณ

amulet.in.th -> ตำนานต่างๆ