สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ

หลักการตั้งชื่อ

amulet.in.th -> การตั้งชื่อ
ผู้ตั้ง ข้อความ
chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 16 Jul 2009 01:08 am
เรื่อง: หลักการตั้งชื่อ
ตอบโดยอ้างข้อความ

หลักการตั้งชื่อ

ชื่อคนไทยวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ชื่อที่ทันสมัยในยุคหนึ่งก็กลายเป็นล้าสมัยในอีกยุคหนึ่ง แต่ที่นิยมกันมากการตั้งชื่อให้ถูกต้องตามหลัก หลักที่ว่านี้มีอยู่ ๒ หลัก คือตาม ตำราทักษาปกรณ์ และหลักตัวเลข แต่ในบทความนี้จะพูดถึงหลักทักษาปกรณ์เพราะเป็นที่แพร่หลายที่สุด

ชื่อของคนไทยในแต่ละยุคสมัย

ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนต้นรัตนโกสินทร์ สามัญชนไทยตั้งชื่อลูกกันง่ายๆ พยางค์เดียวหรืออย่างมากก็ไม่เกินสองพยางค์ อย่างทอง ขำ แจ่ม เอี้ยง ฉิม อิน จัน หรือทองอิน บุญมา โดยมากชื่อเหล่านี้จะใช้ได้ทั้งหญิงและชาย มีซ้ำกันมากมาย ส่วนชื่อยาวและไพเราะมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต มักอยู่ในพระนามของเจ้านายเป็นส่วนใหญ่

ความนิยมตั้งชื่อยาวๆ ไพเราะเพราะพริ้งในหมู่คนธรรมดาที่ไม่ใช่เจ้านายเริ่มในสมัยรัชกาลที่ ๕ ในนิยายเรื่อง สี่แผ่นดิน กล่าวไว้ในตอนต้นเรื่องว่า

พลอยเคยได้ยินเจ้าคุณพ่อท่านหัวเราะเยาะเพื่อนฝูงขุนนางบางคนที่ตั้งชื่อลูกยาวๆ ว่าทำเทียมเจ้าเทียมนาย จัญไรจะกิน อย่างที่บ้านพระพิพัฒน์ใกล้ๆกัน ตั้งชื่อลูกคล้องจองกันเป็นจังหวะว่า เพ็ญพิสมัย ใสสุคนธรส สดสำราญจิตต์ สนิทเสน่หา เจ้าคุณพ่อท่านเคยเอามาร้องให้แม่ฟังเป็นจังหวะ แล้วบอกว่าดังเหมือนเพลงแขกเจ้าเซ็น 

ในสมัยรัชกาลที่ ๖ และ ๗ ชื่อคนไทยเริ่มยาวขึ้นเป็นสองพยางค์ ถือว่าเก๋ทันสมัยกว่าคนรุ่นพ่อแม่ อย่างชื่อของลูกๆแม่พลอยคือ ประพนธ์ ประพันธ์ ประพัทธ์ และประไพ นอกจากนี้ก็มีชื่ออย่างสมใจ วิมล ยุพา อำนวย แล้วมาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในยุค '' วัธนธัม '' พ.ศ. ๒๕๘๒ ที่รัฐกำหนดให้ผู้ชายและผู้หญิงมีชื่อเหมาะสมกับเพศของตน

chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 16 Jul 2009 01:08 am
ตอบโดยอ้างข้อความ

ชื่อคนไทยวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ชื่อที่ทันสมัยในยุคหนึ่งก็กลายเป็นล้าสมัยในอีกยุคหนึ่ง คงยากที่จะพบว่าหนูน้อยในปี ๒๐๐๐ (โดยเฉพาะคนกรุงเทพ) คนไหนคลอดออกมาแล้วพ่อแม่จะให้ชื่อว่า ประพนธ์ หรือ สมใจ แต่ที่นิยมกันมากการตั้งชื่อให้ถูกต้องตามหลัก หลักที่ว่านี้มีอยู่ ๒ หลัก คือตาม ตำราทักษาปกรณ์ และหลักตัวเลข แต่ในบทความนี้จะพูดถึงหลักทักษาปกรณ์เท่านั้น เพราะเป็นหลักที่นิยมกันแพร่หลายมากที่สุด

chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 16 Jul 2009 01:09 am
ตอบโดยอ้างข้อความ

ตำราทักษาปกรณ์ เรียกอีกอย่างว่า อัฏฐเคราะห์ มาจากอินเดีย เข้ามากับพุทธศาสนา เดิมนิยมใช้ตั้งฉายาพระสงฆ์เมื่อบวช ตำรานี้มีหลักอยู่ว่าการตั้งชื่อคนควรให้สอดคล้องกับสิริมงคล ๗ อย่าง คือ อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี บริวาร และหลีกเลี่ยงข้อไม่ดี ๑ อย่างคือกาลกิณี โดยเอาตัวอักษรและวันเกิดเป็นหลักในการตั้งชื่อ

คำว่าเดช หมายถึงอำนาจวาสนา เกียรติคุณ ได้รับการยกย่องสรรเสริญ อายุ ก็คือมีอายุยืนร่างกายแข็งแรง ศรี หมายถึงเสน่ห์ โชคลาภรวมไปถึงความสำเร็จ มูละ หมายถึงทรัพย์สินหลักฐานบ้านช่อง อุตสาหะ คือความขยันหมั่นเพียร มนตรี หมายถึงตำแหน่งหน้าที่การงานดี มีผู้อุปถัมภ์ให้ความก้าวหน้า บริวารหมายถึงบุตรภรรยาสามี เพื่อนและลูกน้องที่จะช่วยเกื้อหนุน ส่วนกาลกิณี เป็นตัวเคราะห์ ควรหลีกเลี่ยงไม่เอามาไว้ในชื่อ

chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 16 Jul 2009 01:10 am
เรื่อง: การตั้งชื่อตามตำราทักษาปกรณ์
ตอบโดยอ้างข้อความ

การตั้งชื่อตามตำราทักษาปกรณ์

คนเกิดวันอาทิตย์
ถือว่าบริวาร คือสระทั้งหมด, อายุ ได้แก่ตัว ก ข ค ฆ ง, เดช คือจ ฉ ช ฌ ญ, ศรีได้แก่ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, มูละได้แก่ ต ถ ท ธ น, อุตสาหะ คือ ป ผ พ ภ ม, มนตรี คือ ย ร ล ว และกาลกิณี คือ ส ห ฬ อ

ถ้าคุณเกิดวันอาทิตย์ เป็นชายนิยมใช้ เดช นำหน้า ก็ควรจะขึ้นต้นชื่อด้วย จ ฉ ช ฌ ญ ตัวใดตัวหนึ่ง ไม่ต้องเอามาทั้งหมด ต่อไปก็เลือกเอาในบรรดา มูละ คือ ต ถ ท ธ น ตัวใดตัวหนึ่ง หรือ มนตรี คือเลือกมาจาก ย ร ล ว ถ้าอยากมีอายุก็ไปหาจาก ก ข ค ฆ ง และจะแถมด้วย อุตสาหะ คือ ป ผ พ ภ ม ก็ดี แต่หลีกเลี่ยงอย่างเอาตัว ส ห ฬ อ แต่ถ้าเป็นหญิงก็นิยม ศรี นำหน้า คือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ (สงสัยจะหาชื่อยาก) แต่จะไม่เอาศรีนำหน้าก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าพ่อแม่อยากให้มีเสน่ห์และโชคลาภก็น่าจะเอาตัวใดตัวหนึ่งในนี้ประกอบในชื่อ

คนเกิดวันจันทร์
บริวาร คือ ก ข ค ฆ ง, อายุ คือ จ ฉ ช ฌ ญ, เดช คือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, ศรี คือ ต ถ ท ธ น,มูละ คือ ป ผ พ ภ ม ,อุตสาหะ คือ ย ร ล ว ,มนตรี คือส ห ฬ อ และกาลกิณี คือสระทั้งหมด ชื่อคนเกิดวันจันทร์จึงตั้งยากหน่อยเพราะต้องเลี่ยงสระ อย่างชื่ออรรถกฤต เหมาะกับคนเกิดวันจันทร์ เพราะมีทั้ง มนตรี อุตสาหะ ศรี และบริวาร ข้อสำคัญคือชื่อนี้หลีกเลี่ยงรูปสระได้หมด ไม่มีกาลกิณี

คนเกิดวันอังคาร
ตัวกาลกิณี คือ ก ข ค ฆ ง ควรหลีกเลี่ยง , บริวาร คือ จ ฉ ช ฌ ญ ,อายุ ได้แก่ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, เดชคือ ต ถ ท ธ น,ศรีคือป ผ พ ภ ม,มูละได้แก่ ย ร ล ว ,อุตสาหะ คือส ห ฬ อ และมนตรี คือสระทั้งหมด

คนเกิดวันพุธ
ตอนหลังมาแบ่งเป็นพุธกลางคืนเรียกว่าราหู พุธกลางวันเรียกว่าพุธ แต่ในตำราทักษาปกรณ์เดิมไม่ได้แบ่ง บริวาร คือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ, อายุ คือ ต ถ ท ธ น, เดช คือ ป ผ พ ภ ม, ศรี ได้แก่ ย ร ล ว , มูละ คือ ส ห ฬ อ, อุตสาหะได้แก่สระทั้งหมด , มนตรี คือ ก ข ค ฆ ง และกาลกิณีคือ จ ฉ ช ฌ ญ

คนเกิดวันพฤหัส
บริวารคือ ป ผ พ ภ ม, อายุ คือ ย ร ล ว , เดช คือ ส ห ฬ อ, ศรี คือสระทุกตัว, มูละ คือ ก ข ค ฆ ง,อุตสาหะ คือ จ ฉ ช ฌ ญ, มนตรีคือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ และกาลกิณี คือ ต ถ ท ธ น

คนเกิดวันศุกร์
บริวาร คือ ส ห ฬ อ, สระทั้งหมดเป็นอายุ, เดช คือ ก ข ค ฆ ง,ศรี คือ จ ฉ ช ฌ ญ, มูละ คือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ,อุตสาหะคือ ต ถ ท ธ น, มนตรี คือ ป ผ พ ภ ม และกาลกิณี คือ ย ร ล ว

คนเกิดวันเสาร์
บริวารคือ ต ถ ท ธ น, อายุ คือ ป ผ พ ภ ม, เดช คือ ย ร ล ว, ศรี คือ ส ห ฬ อ, มูละ ได้แก่สระทั้งหมด อุตสาหะ คือ ก ข ค ฆ ง,มนตรี คือ จ ฉ ช ฌ ญ และกาลกิณี คือ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ

chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 16 Jul 2009 01:10 am
ตอบโดยอ้างข้อความ

พ่อแม่บางคนเชื่อถือหลักการตั้งชื่อนี้มาก ถึงกับขอให้ผู้ตั้งใส่ตัวอักษรเข้าไปให้ครบ ๗ อย่าง ชื่อของเด็กจึงออกมาพิสดารสะกดยากสำหรับเจ้าหน้าที่อำเภอและไปรษณีย์ ทำให้ระบุชื่อผู้รับผิด รับเงินธนาณัติไม่ได้ หรือลงชื่อในทะเบียนบ้านผิด แตกต่างจากสูติบัตรหรือบัตรประชาชน ทำให้เข้าโรงเรียนไม่ได้ ทำพาสปอร์ตไม่ได้ ต้องแก้ไขใหม่กันมาเยอะแล้ว นอกจากนี้ บางคนหลีกเลี่ยงตัวกาลกิณี ก็เลยต้องสะกดชื่อใหม่ไม่เหมือนในพจนานุกรม อย่าง พัธนา พนิฎา ศรัณญา แทน แต่ทางการก็อนุโลมให้ชื่อคนเป็นชื่อเฉพาะ ไม่ต้องสะกดตามพจนานุกรม เว้นแต่ใครดวงไม่ดีไปเจอเจ้าหน้าที่อำเภอที่เคร่งครัดไม่ยอมฟังท่าเดียว ก็จะต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ หรือวิ่งหาผู้รู้มารับรองชื่อว่าใช้ได้ เสียเวลาวุ่นวายอีกพักใหญ่กว่าจะได้ชื่อดีสมใจ

amulet.in.th -> การตั้งชื่อ