สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ

ยันต์ตะกรุดคอหมา หลวงปู่แย้ม ปิยวณฺโณ

amulet.in.th -> ประวัติพระเครื่อง เหรียญ และพระบูชา
ผู้ตั้ง ข้อความ
ธรรมโม


วันที่เข้าร่วม: 14 Jul 2009
ตอบ: 1639
ตอบเมื่อ: 18 Aug 2009 05:38 pm
เรื่อง: ยันต์ตะกรุดคอหมา หลวงปู่แย้ม ปิยวณฺโณ
ตอบโดยอ้างข้อความ

ยันต์ตะกรุดคอหมา หลวงปู่แย้ม ปิยวณฺโณ

ยันต์ตะกรุดคอหมา “หลวงปู่แย้ม ตะกรุดคอหมา” เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกขาน พระครูปิยนนทคุณ หรือ หลวงปู่แย้ม ปิยวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดตะเคียน ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

มีคนจำนวนไม่น้อยอดสงสัยไม่ได้ว่า "วันนี้ยังมีหมาตัวใดของหลวงปู่แย้ม แขวนตะกรุดไว้ที่คอบ้าง"

วันพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลรุ่นสุดท้าย ซึ่งมีการปลุกเสกถึง ๙ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๑-๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๑

สังเกตพบว่า มีหมาอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า "มะขาม" ยังแขวนตะกรุดไว้ที่คอ จะเป็นเพราะตะกรุด หรือเพราะเป็นหมาของหลวงปู่แย้มอย่างไรไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ เจ้ามะขามเป็นที่รักของผู้ที่ไปกราบไหว้รวมทั้งเช่าวัตถุมงคลหลวงปู่ แย้มอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

ก่อนที่จะเป็นตะกรุดคอหมานั้น เดิมทีหลวงปู่แย้มได้ริเริ่มสร้างตะกรุดผูกคอหมาจริงๆ เนื่องจากท่านเป็นคนที่มีเมตตาต่อสรรพสัตว์มาก ท่านเลี้ยงหมาไว้หลายตัว บางครั้งหมาที่ท่านเลี้ยงไว้อาจไปทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านใกล้วัดบ้าง ทำให้หมาของท่านถูกทำร้ายด้วยการปาก้อนหิน หรือรุนแรงจนถึงขั้นให้ปืนใช้มีดดาบทำร้ายเอา ทำให้หมาบางตัวได้รับความทุกข์ทรมานมาก

ครั้นหลวงปู่จะไปห้ามโยม ไม่ให้ตีหมา ทำร้ายหมา ก็คงไม่เป็นผลอะไร คิดดังนั้นแล้ว จึงจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำตะกรุด ด้วยพิธีกรรมที่ไม่เหมือนใคร คือ ท่านจารตะกรุดในน้ำ ด้วยสมาธิจิตอันแน่วแน่ของท่าน เมื่อทำเสร็จแล้ว จึงนำไปผูกคอหมาที่ท่านเลี้ยงไว้จนครบทุกตัว

หลังจากนั้น หมาของท่านไม่เคยได้รับความรุนแรงใดๆ อีกเลย ทำให้ชาวบ้านแถวนั้นเกิดความสงสัย  จึงสอบถามกันไปสอบถามกันมา ได้ความว่าหลวงปู่แย้มได้ผูกตะกรุดวิเศษไว้ที่คอหมาทุกตัว

ทำให้บรรดานักเลงแถวนั้น เกิดความอยากลองของ ว่าจะแน่สักแค่ไหน  จึงนำปืนมาลองยิงหมาดู

ปรากฏว่าปืนแตก !

เป็นเหตุให้เกิดความฮือฮาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คนที่ต้องการตะกรุดแบบรวดเร็ว ก็ไปแย่งเอาที่คอหมา คนที่มีศีลธรรมดีหน่อย ก็ไปบอกกล่าวขอกับหลวงปู่เอง

วันนี้ หลวงปู่แย้มได้จัดทำ ตะกรุดคอหมา ขึ้นมาอีกครั้ง โดยทำเพื่อ แจกฟรี สำหรับผู้เช่าวัตถุมงคล เพื่อหาปัจจัยซ่อมสร้างเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรม รวมทั้งยกศาลาให้สูงขึ้น

แม้ว่าจะเป็น ตะกรุดแจกฟรี แต่เป็นที่รู้กันในวงการพระเครื่องว่า ตะกรุดอันเป็นที่นิยมในยุคปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นตะกรุดที่เกจิอาจารย์ยุคโบราณสร้างแจกเป็นที่ระลึก สำหรับผู้ร่วมทำบุญทั้งสิ้น 

เมื่อตะกรุดแสดงพุทธคุณ มีข่าวเล่าลือถึงความโด่งดัง ความนิยมก็เพิ่มมากขึ้น จากตะกรุดที่ไม่มีราคา ก็หาซื้อกันในราคาหลักพัน ไปจนถึงหลักแสน

ก่อนที่ ตะกรุดคอหมาหลวงปู่แย้ม ซึ่งทำแจกฟรีในวันนี้ จะมีราคาในวันข้างหน้า และเมื่อมีราคา เชื่อว่าไม่มีใครกล้าคลี่ดู เพราะเกรงว่าพุทธคุณจะเสื่อม การคลี่ตะกรุดขณะที่ยังไม่มีราคา และยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จึงไม่จะเป็นเรื่องที่เสียดายมากนัก ทั้งนี้เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยไม่ต้องถกเถียงในวันข้างหน้าว่า หลวงปู่แย้มได้จารยันต์อะไรไว้ในตะกรุดคอหมาบ้าง มาดู ยันต์ตะกรุดคอหมา

ยันต์ตะกรุดคอหมา หลวงปู่แย้ม ปิยวณฺโณ

ยันต์ตะกรุดคอหมา ที่หลวงปู่แย้มได้จารลงในตะกรุดคอหมา ประกอบด้วย

๑.ยันต์มหาเบา ซึ่งถือว่าเป็นยันต์ประจำตัวของท่าน ไม่ว่าจะสร้างวัตถุมงคลประเภทใดก็ตาม จะปรากฏยันต์ตัวนี้เสมอ

ในการเขียนยันต์ตัว "อัง" (ยันต์รูปทรงกลม) จะบริกรรมว่า "นะมะนะอะ นอกอนะกะ กอออนออะ นะอะกะอัง" ซึ่งเป็นคาถาหัวใจพระเจ้า ๑๖ พระองค์

หรือบางตำราก็บริกรรมว่า "อะระหัง ปูชาสักการัง อะระโหปาปะการะยัง อะระหัตตะถะสัมปัตโต อะระโหนามะเตนะโม"

ส่วน วงกลมที่เขียนล้อมรอบ เรียกว่า ยันต์มหาสูญ การเขียนยันต์ตัวนี้จะใช้คาถามหาอุดในการเรียกสูตร โดยแต่ละวงเรียกสูตรต่างกัน คือ วงกลมชั้นที่ ๑ เรียกสูตรว่า "อะระหัง พุทธังปิด อุดทะวารัง" วงกลมชั้นที่ ๒ เรียกสูตรว่า "อะระหัง ธัมมังปิด อุดทะวารัง" และวงกลมชั้นที่ ๓ เรียกสูตรว่า  "อะระหัง สังฆังปิด อุดทะวารัง"

การเขียนวงกลมล้อมรอบตัวยันต์ตัวหนึ่งตัวใด  พระเกจิอาจารย์ต้องการเน้นพุทธคุณเด่นด้านมหาอุด

๒. ยันต์หัวใจธาตุกรณี (ยันต์ที่เขียนไว้ใต้ฐานองค์พระ) บางครั้งใช้เป็นหัวใจ ธาตุพระพุทธเจ้า บริกรรมว่า "จะ ภะ กะ สะ"  โดยมีคติความเชื่อว่า เป็นคาถาที่มีคุณอนันต์ เป็นพระคาถาพุทธภาษิตบทหนึ่งที่น่าใช้ และมีอานุภาพเป็นเหตุเป็นผลตามธรรมะตรงๆ 

เป็นภาษิตที่พระพุทธองค์ วางไว้สั่งสอนสาวก ซึ่งแต่ละตัวมีความหมายดังนี้ "จะ" มาจาก "จชทุชชนสังสัคคัง" หมายถึง จงละเว้นการคบคนชั่วเสีย

"ภะ" มาจาก "ภชสาธุสมาคตัง"  หมายถึงหมั่นคบหาสมาคมด้วยบัณฑิต (บัณฑิตที่ดีมีคุณธรรม)

" กะ" มาจาก "กรปุญญมโหรัตตัง"  หมายถึงให้สร้างบุญ (ให้ทาน) ทั้งกลางวัน และกลางคืน (ทานบุญมีหลายอย่าง) ให้ธรรมะเป็นทาน ให้สิ่งของเป็นทาน"

และ "สะ" มาจาก "สรนิจจมนิจจัง" (หลักไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)  หมายถึง ระลึกถึงความไม่เที่ยงแห่งสังขารเป็นนิจ ความไม่ประมาท ทำให้ไม่โลภะ ลดกิเลสเบาลงบ้าง

แม้ว่า ใต้ฐานองค์พระทั้ง ๔ มุม จะเขียนด้วยยันต์หัวใจธาตุกรณี แต่มีการเขียนควงสลับที่กันเป็น ๔ แบบ คือ ยันต์ใต้ฐานองค์พระรูปบนขวา เขียนว่า "จะ ภะ กะ สะ" ยันต์ใต้ฐานองค์พระรูปล่างขวา เขียนว่า "พะ กะ จะ สะ"

ยันต์ใต้ฐานองค์พระรูปล่างซ้าย เขียนว่า "กะ สะ จะ พะ" และ ยันต์ใต้ฐานองค์พระรูปบนซ้าย เขียนว่า "สะ จะ พะ กะ"

การเขียนยันต์ในลักษณะควงกันนี้ เพื่อสร้างสมาธิให้ผู้เขียน ส่วนใหญ่จะเขียนกับยันต์ที่มี ๔ ตัว เช่น ยันต์หัวใจพระสิวลี "นะ ชา ลิ ติ" ยันต์หัวใจยอดศีล "พุท ธะ สัง มิ" ยันต์หัวใจอริยสัจ "ทุ สะ นิ มะ" เป็นต้น

ส่วนยันต์ที่อยู่ในรูปสี่เหลี่ยม มี ๒ ชุด คือ หัวใจพระกัสสป คือ "กะ ระ มะ ถะ" ทั้งนี้พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระกัสสปว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้ทรงธุดงค์

ด้วยเหตุนี้โบราณจารย์ จึงใช้นามของพระกัสสป มาเขียนเป็นยันต์ โดยมีคติความเชื่อว่า เมื่อท่านเป็นเลิศทางธุดงค์ แน่นอนที่สุดว่า ท่านต้องมีความมีเมตตาสูง เพราะระหว่างธุดงค์ต้องเจอกับสัตว์ร้ายมากมาย

เช่นเดียวกับ พระสิวลี พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่า "ภิกษุทั้งหลายผู้บริโภคด้วยลาภ ยกเว้นแต่พระตถาคตเจ้าแล้ว ไม่มีผู้ใดจะเลิศด้วยลาภเหมือนพระสิวลีเถรเจ้า”

ทั้งนี้จะเขียนคำว่า "นะ ชา ลิ ติ" หรือ "นะ ชา ลี ติ" หรือยันต์ "หัวใจพระฉิมพลี" นั่นเอง

ส่วนยันต์อีกชุดหนึ่ง คือ ยันต์หัวใจธาตุ ๔ คือ "นะ มะ พะ ทะ "  หัวใจน้ำ คือ อาปานุติ หัวใจดิน คือ ปะถะวิยัง หัวใจไฟ คือ เตชะสะติ และหัวใจลม คือ วายุละภะ

นอกจากนี้ ยังมียันต์ตัวเลขอีก ๗ ตัว คือ ๑-๘ แต่เว้นเลข ๔ ซึ่งแต่ละตัวมีความหมาย ดังนี้ เลข ๑ หมายถึง คุณแห่งพระนิพพาน อันยิ่งใหญ่ เลข ๒ หมายถึง คุณแห่งพุทโธ เลข ๓ หมายถึง คุณแห่งแก้ว ๓ ประการ (พระรัตนตรัย) และอีกความหมาย คือ พระไตรปิฎก เลข ๕ หมายถึง คุณแห่งศีล ๕ เลข ๖ หมายถึง คุณแห่งไฟ หรือพระเพลิง, หมายถึงคุณแห่งพระอาทิตย์ เลข ๗ หมายถึง คุณแห่งลม หรือพระพาย และ เลข ๘ หมายถึง คุณแห่งพระกรรมฐาน, หมายถึงคุณแห่งศีล ๘, หมายถึงคุณแห่งพระอังคาร ส่วน เลข ๔ ที่หายไปนั้นหมายถึง คุณแห่งมรรค ๔ ผล ๔, หมายถึงคุณแห่งพระโลกบาลทั้ง ๔, หมายถึงพรหมวิหาร ๔,และหมายถึงพระฤาษีกัสสปะ

amulet.in.th -> ประวัติพระเครื่อง เหรียญ และพระบูชา