พระกริ่งตั๊กแตน หรือพระกริ่งเขมร
ผู้ตั้ง ข้อความ
ธรรมโม


วันที่เข้าร่วม: 14 Jul 2009
ตอบ: 1639
ตอบเมื่อ: 15 Jul 2010 04:12 pm
เรื่อง: พระกริ่งตั๊กแตน หรือพระกริ่งเขมร
ตอบโดยอ้างข้อความ

พระกริ่งตั๊กแตน หรือพระกริ่งเขมร

พระกริ่งตั๊กแตน หรือพระกริ่งเขมรนี้มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศกัมพูชา สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยที่ขอมเรืองอำนาจ และได้สร้างกันต่อๆ มาหลายยุคหลายสมัย แต่ที่นิยมเสาะหากันนั้นเป็นพระกริ่งที่สร้างขึ้นในยุคแรกๆ ซึ่งพระพักตร์ของพระกริ่งตั๊กแตนในยุคแรกๆ นั้น จะมีพระนาสิกใหญ่ พระเนตรจะเป็นรอยลึกลงไปในเนื้อพระ ที่มักเรียกกันว่าตาเจาะ สันนิษฐานว่าเวลาสร้างหุ่นเทียนนั้นคงจะใช้วัสดุเซาะขีดลงไปในหุ่นเทียน พระโอษฐ์ก็เป็นการเซาะขีดลงไปในหุ่นเทียนเช่นกัน พระศกเป็นเม็ดกลมๆ พระเกศจะเป็นตุ้มกลมๆ เช่นกัน คนในสมัยก่อนคงจะเห็นลักษณะแปลกๆ คล้ายหน้าตั๊กแตนหรืออย่างไรไม่ทราบได้ จึงเรียกพระกริ่งชนิดนี้ว่า "พระกริ่งหน้าตั๊กแตน" และเป็น "พระกริ่งตั๊กแตน" ในที่สุด

พระกริ่งตั๊กแตนนี้เป็นการสร้างแบบปั้นหุ่นเทียนที่ละองค์ ดังนั้น พระแต่ละองค์จะไม่มีองค์ใดๆ เลยที่จะเหมือนกันเปี๊ยบ เนื่องจากไม่ได้ถอดหุ่นเทียนออกมาจากแม่พิมพ์ จะมีขนาดใหญ่เล็กต่างกันไปไม่มากก็น้อย การวางพระหัตถ์ก็จะไม่เหมือนกันทีเดียวนัก กล่าวคือมีทั้งปางสมาธิและปางมารวิชัย และปางมารวิชัยกลับด้าน หรือที่นิยมเรียกกันว่าปางสะดุ้งกลับ การถือสิ่งของในมือก็เช่นกัน มีทั้งแบบที่ไม่ถืออะไรเลย จนมีถือดอกบัวบ้าง ถือหม้อน้ำมนต์บ้าง ถือหอยสังข์บ้างก็มี พระทุกองค์จะมีประคำสวมใส่ที่คอทุกองค์ และบัวที่ฐานก็มีแบบต่างๆ เช่น บัวฟันปลา บัวตุ่ม บัวย้อย บัวเม็ดมะยม และบัวฟองมัน เป็นต้น

พระกริ่งตั๊กแตนเป็นพระกริ่งที่บรรจุกริ่งใน ตัว มีรอยอุดที่ด้านหลังแถวๆ สะโพก ที่ใต้ฐานมักทำเป็นลักษณะคล้ายเลขหนึ่งไทย ลักษณะการปั้นเป็นเส้นแบบขนมจีนและขดวางลงไปที่หุ่นเทียน มีความหมายถึงคำว่า "โอม" พบว่าบางองค์เป็นฐานเรียบๆ ไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ก็มี ส่วนเนื้อหาพระกริ่งตั๊กแตนยุคต้นๆ นั้นจะเป็นเนื้อสำริดแก่เงิน ผิวจะเป็นสีดำคล้ำๆ

ส่วนพระกริ่งในรุ่นต่อๆ มาเนื้อของพระมักจะเป็นสีออกเหลือง ผิวสีน้ำตาล และที่เป็นผิวอาบเมฆพัดก็มี ที่ใต้ฐานก็มักจะมีเส้นเป็นกากบาทและเลขหนึ่งไทย ส่วนบัวมักจะทำเป็นแบบบัวฟันปลา

พระกริ่งตั๊กแตนยุคต้นๆ นั้นเป็นที่นิยมมาก และหายากสนนราคาสูง พุทธคุณว่ากันว่า ยอดเยี่ยมทางด้านคงกระพันชาตรี และแคล้วคลาด ซึ่งเป็นที่เกรียงไกรมานานดังที่ได้กล่าวมาแล้ว