วัดห้วยจระเข้ วัดนี้มีของดี คือ พระปิดตา เนื้อเมฆพัดที่สร้างโดย พระครูปราจิณทิศบริหาร ( หลวงปู่นาค โชติโก ) อดีตเจ้าอาวาสและพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมในสมัยรัชกาลที่ 5 พระปิตาของท่านได้ติดอันดับเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อโลหะ ซึ่งในประเทศไทยมี ดังนี้ 1.พระปิดตา หลวงปู่ทับ วัดสุวรรณาราม (วัดทอง) กรุงเทพ ฯ 2.พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ บางขุนเทียน กรุงเทพ ฯ 3.พระปิดตา หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม 4.พระปิดตา เนื้อแร่บางไผ่ หลวงปู่จัน วัดโมลี อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 5.พระปิดตา กรุท้ายย่าน จ.ชัยนาท
ซึ่งพระปิดตาของหลวงปู่นาค ท่านจะสร้างด้วยเนื้อเมฆพัดผสมกับชนวนโลหะศักดิ์สิทธิ์ และนำไปปลุกเสกใต้น้ำ คือ ดำน้ำลงไปเอาเหล็กลงจารที่พระปิดตา ซึ่งเรียกว่า เสกด้วย อาโปกสิณ แต่ปัจจุบันการดำน้ำลงไปคงลำบากเพราะอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ จากนั้นพระปิดตาท่านก็จะปลุกเสกตลอดไตรมาส มีด้วยกัน 2 พิมพ์นิยม ดังนี้
1. พิมพ์หูกระต่าย หรือพิมพ์ท้องแฟบ 2. พิมพ์ท้องป่องหรือพิมพ์สะดือจุ่น
วัดห้วยจระเข้สร้างวัตถุมงคล "พระปิดตา" ออกมาครั้งใดเป็นได้ฮือฮาครั้งนั้น ล่าสุดได้สืบสานตำนานความดังอมตะ "พระปิดตาเนื้อเมฆพัด" หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ สร้าง "พระปิดตารุ่นขุมสมบัติ 111 ปี" ซึ่งเป็นที่สุดแห่งพระปิดตา เนื้อเมฆพัดชั้นบรมครู
ผสมสูตรโดย "พระอาจารย์พิทยา ปริญญาโณ" วัดห้วยจระเข้ ทายาทพุทธาคม หลวงปู่แช่ม วัดดอนยายหอม, หลวงปู่เต้า วัดเกาะวังไทร ซึ่งอุดมไปด้วยโภคทรัพย์ เพิ่มพูนไปด้วยมหาสมบัติคงความมหาอุด ปรากฏชัดด้านคงกระพัน สร้างความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เลื่องลือไกลไปทั่วแคว้นแดนไทย
ย้อนตำนาน "อมตะมหาเถราจารย์ขลัง นามระบือ" กิตติคุณของท่านขึ้นชื่อลือชาเป็นที่ประจักษ์ หลวงปู่นาค โชติโก แห่งวัดห้วยจระเข้ จารึกไว้ในแผ่นดิน ฝากไว้ให้เป็นตำนาน ที่สุดแห่งพระปิดตา "เนื้อดำคมเข้ม หนึกแน่น หนัก"
"พระปิดตารุ่นขุมสมบัติ 111 ปี" เนื้อพระผิวตึง สมบูรณ์แบบด้านรูปทรง กระแสเนื้อเมฆพัด อีกทั้งพระพุทธคุณ สวยงามพิสดารไม่มีใครเทียมได้ ทุกองค์จารยันต์มือโบราณใต้น้ำ ในบาตรน้ำมนต์ทุกองค์ ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร เพราะเพ่งกระแสจิตอัญเชิญบารมีองค์ครูจารึกพระยันต์ครั้งละองค์ อย่างเข้มขลัง
พิธีเททองปลุกเสกพระปิดตาเนื้อเมฆพัด กำหนดในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโน) วัดสระเกศฯ เป็นประธานเททอง พระเถระผู้พิทักษ์องค์พระปฐมเจดีย์ทั้ง 4 ทิศร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก ,พระครูทักษิณานุกิจ วัดห้วยจระเข้ รักษาด้านทิศใต้, พระครูปริมาณนุรักษ์ วัดพระปฐมเจดีย์ รักษาด้านทิศตะวันออก, พระครูปัจฉิมทิศบริหาร วัดพระปฐมเจดีย์ รักษาด้านทิศตะวันตก พระครูอุตตรการบดี วัดพระปฐมเจดีย์ รักษาด้านทิศเหนือ
พระคณาจารย์บริกรรมภาวนานั่งปรก 4 ทิศ ประกอบด้วย หลวงปู่รวย วัดตะโก จ.อยุธยา, หลวงปู่แย้ม วัดสามง่าม จ.นครปฐม, หลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว วัดเขาแหลม จ.สระแก้ว, หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม และกราบอาราธนาอัญเชิญดวงพระวิญญาณขององค์หลวงปู่นาค โชติโก องค์บูรพาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ แผ่กฤษดานุภาพแบบโบราณจารย์ ครบถ้วนด้านพิธีกรรมมาเป็นประธานปลุกเสก
พระครูทักษิณานุกิจ (หลวงพ่อเสงี่ยม อาริโย) เจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ รูปปัจจุบัน มีฐานันดรศักดิ์ พิทักษ์พระปฐมเจดีย์ ด้านทิศใต้ เป็นประธานสร้างพระปิดตาเนื้อเมฆพัดหลวงปู่นาคชั้นบรมครู ตั้งชื่อรุ่นอันเป็นมงคลนาม "ขุมสมบัติ 111 ปี"
พระอาจารย์พิทยา ปริญญาโณ วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม กล่าวว่า สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดนครปฐม เป็นหน่วยงานของราชการได้ก่อตั้งเมื่อ ปี พ.ศ.2547 โดยอาศัยศาลา 100 ปี ของวัดห้วยจระเข้ ซึ่งตั้งอยู่ในวัด เป็นสำนักงานทำงานสนองงานคณะสงฆ์ จังหวัดนครปฐม จำนวน 130 กว่าวัด สำ นักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดนครปฐม ไม่มีสำนักงานเป็นของตัวเองต้องอาศัยที่ดินและอาคารของวัดทำงาน ทำให้การทำงานไม่สะดวกพร้อมทั้งทางราชการไม่มีงบประมาณสนับสนุนในการก่อสร้าง ทั้งไม่มีที่ดินที่จะก่อสร้างอาคาร พระ ครูทักษิณานุกิจ (หลวงพ่อเสงี่ยม อาริโย) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม เจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ เห็นว่า สำนักงาน พระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐม เป็นหน่วยงานที่สนองงานคณะสงฆ์ทั้งจังหวัดนครปฐม พูดง่ายๆ ว่าเป็นผู้ที่รับใช้พระ พุทธศาสนา จึงดำริสร้างสำนักงานพระพุทธศาสนาขึ้นภายในวัด โดยสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ชั้นที่ 1 ใช้เป็นสำนักงานพระพุทธศาสนา ชั้นที่ 2 ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ซึ่งวัดห้วยจระเข้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครปฐม แต่ละปีมีพุทธศาสนิกชนข้าราชการ เด็กนักเรียนเข้ามาปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปี 2551 มีเด็กนักเรียนตามโรงเรียนมาเข้าค่ายปฏิบัติธรรม ถึง 2,000 คนเศษ
พระอาจารย์พิทยา กล่าวอีกว่า อาคารหลังนี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้างเป็นจำนวน 6,000,000 บาท พระครูทักษิณานุกิจ เป็นประธานในการจัดหาทุนก่อสร้างอาคารหลังนี้ และในโอกาสที่หลวงปู่นาค โชติโก อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ ซึ่งหลวงปู่เป็นพระเกจิคณาจารย์องค์แรกของเมืองนครปฐมเจ้าของตำรับพระปิดตาเนื้อเมฆพัด ระดับเบญจพระปิดตาของเมืองไทย ท่านได้สร้างวัดห้วยจระเข้มาครบ 111 ปี ในปีนี้ จึงได้ สร้างพระปิดตาเนื้อเมฆพัด พิมพ์สะดือจุ่น (พิมพ์พุงป่อง) ขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ทำบุญเช่าบูชา เพื่อทางวัดจะได้นำปัจจัยไปสร้างศาลาอาคารสำนัก พุทธศาสนาให้สำเร็จเปรียบเสมือนได้รับใช้สนองงานคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม
พร้อมทั้งยังได้ร่วมกันสร้างถาวรวัตถุ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของพระศาสนา เป็นอาคารหลังแรกของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐมพร้อมกันในตัว เป็นมหาบุญมหา กุศลแก่ผู้ที่ร่วมสร้าง ซึ่งอาคารหลังนี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโน) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ในฐานะประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้โปรดเมตตามาเป็นองค์ประธานวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2551 พระปิดตาเนื้อเมฆพัด รุ่นขุมสมบัติ 111 ปี จะมีพิธีพุทธาภิเษก-เทวาภิเษก ในวันที่ 11 ตุลาคม 2551 เวลา 18.00 น. มหัทธโนฤกษ์ ซึ่งเป็นฤกษ์เจ้าทรัพย์ หลวงพ่อเสงี่ยม เป็นประธานจุดและดับเทียนชัย
พระเกจิอาจารย์ชื่อดังร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก ประกอบด้วย หลวงพ่อกาหลง เขี้ยวแก้ว, หลวงพ่อเจือ วัดกลางบางแก้ว, หลวงพ่อแย้ม วัดสามง่าม, หลวงพ่อสมพงษ์ วัดใหม่ปิ่นเกลียว, หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์, หลวงพ่อรวย วัดตะโก, หลวงพ่อทองคำ วัดพะเนียงแตก, หลวงพ่ออั๊บ วัดทองไทร และหลวงพ่อเพี้ยน วัดตุ๊กตา |