มหาลาภ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
ผู้ตั้ง ข้อความ
chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 21 Oct 2010 09:11 pm
เรื่อง: มหาลาภ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
ตอบโดยอ้างข้อความ

มหาลาภ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง

หากพูดถึงพระปิดตาที่โด่งดังอันดับต้นๆของเมืองไทย เชื่อว่าหลายคนต้องคิดถึง พระปิดตา ของสำนักวัดสะพานสูงด้วยพระปิดตาสำนักนี้จัดเป็น ๑ ใน ๕ เบญจภาคีพระปิดตา ผู้สร้างเป็นถึงปรมาจารย์แห่งยุค หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม อดีตเจ้าอาวาสวัดสะพานสูง ผู้เรืองวิทยาคม

วัดสะพานสูงนี้ เดิมชื่อวัดสว่างอารมณ์สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อวัดสว่างอารมณ์ มาเป็นชื่อ วัดสะพานสูง นั้น มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า ในสมัยนั้นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้เสด็จไปตรวจการคณะสงฆ์แล้วเสด็จขึ้นที่วัดสว่างอารมณ์นี้ได้ทอดพระเนตรสะพานที่มีลักษณะสูงชันข้ามคลองหน้าวัด (คลองพระอุดมปัจจุบันนี้)และชาวบ้านมักจะเรียกวัดสว่างอารมณ์นี้ว่าวัดสะพานสูง อยู่แต่เดิมแล้ว จึงทำให้วัดนี้มีชื่อเรียกกัน ๒ ชื่อ ฉะนั้นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเห็นว่า สะพานสูงนี้ก็เป็นนิมิตดีประจำวัดประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งชาวบ้านก็นิยมเรียกันติดปากว่า วัดสะพานสูง จึงได้ประทานเปลี่ยนชื่อ วัดสว่างอารมณ์ มาเป็นวัดสะพานสูง จนถึงทุกวันนี้

หลวงปู่เอี่ยม เกิดในแผ่นดินรัชกาลที่๒ เมื่อปีฉลู พ.ศ.๒๓๕๙ เป็นบุตรนายนาคนางจันทร์ โดยมีพี่น้องท้องเดียวกัน รวมทั้งหมด ๔ คน หลวงปู่เป็นคนโต บ้านเกิดของท่านอยู่ที่ตำบลบานแหลมใหญ่ ฝั่งใต้ข้างวัดท้องคุ้ง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ในปี พ.ศ. ๒๓๘๑ ท่านมีอายุ ๒๒ปี ท่านได้รับการอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบ่อ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด(วัดบ่อนี้อยู่ติดกับตลาดในท่านํ้าปากเกร็ด)

หลังจากอุปสมบทได้ประมาณหนึ่งเดือนท่านได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่ วัดกัลยาณมิตรฝั่งธนบุรี ซึ่งในขณะนั้นพระพิมลธรรมพรเป็นเจ้าอาวาส

หลวงปู่เอี่ยม ท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ที่วัดกัลยาณมิตรนี้เป็นเวลาถึง ๗ ปี ท่านจึงได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดประยูรวงศาวาส เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๘ และท่านจำพรรษาอยู่วัดประยูรวงศาวาสได้ ๓ พรรษาครั้นถึงปี พ.ศ. ๒๓๙๖ ญาติโยมพร้อมด้วยชาวบ้านภูมิลำเนาเดิมในคลองแหลมใหญ่(ซึ่งปัจจุบันนี้คือ คลองพระอุดม) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางมาอาราธนานิมนต์หลวงปู่กลับไปปกครองวัดสว่างอารมณ์ หรือที่รู้จักกันในนามวัดสะพานสูง ในปัจจุบันนี้

สมัยที่ หลวงปู่เอี่ยม มาจำพรรษาที่วัดใหม่ๆ นั้น ที่วัดนี้มีพระประจำพรรษาอยู่เพียง ๒ รูปเท่านั้น ขณะที่ หลวงปู่เอี่ยม ได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดสะพานสูงได้ ๘ เดือนก่อนวันเข้าพรรษา หลวงพิบูลย์สมบัติ บ้านท่านอยู่ปากคลองบางลำภู พระนคร ได้เดินทางมากราบนมัสการ หลวงปู่เอี่ยมหลวงปู่ได้ปรารถถึงความลำบากเรื่องการทำสังฆกรรม

เนื่องจากพระอุโบสถได้ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงอยากจะสร้างพระอุโบสถให้มีความแข็งแรง หลวงพิบูลย์สมบัติ ก็ได้บอกบุญเรี่ยไรหาเงินมาเพื่อก่อสร้างพระอุโบสถ หลวงปู่เอี่ยม จึงมีดำริสร้างพระปิดตาและตะกรุด ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ผู้บริจาคทรัพย์และสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างพระอุโบสถต่อมาถึงพ.ศ. ๒๔๓๑ ท่านได้สร้างศาลาการเปรียญ หลังจากนั้นท่านได้สร้างพระเจดีย์ฐาน ๓ ชั้น ขึ้นในปีพ.ศ. ๒๔๓๙ ขณะที่หลวงปู่จำพรรษาอยู่ที่วัดสะพานสูงนี้

ท่านได้ธุดงค์ไปทางแถบประเทศเขมร โดยมีลูกศิษย์ติดตามไปด้วยเสมอ แต่ท่านจะให้ลูกวัดออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ๖-๗ชั่วโมง แล้วจะนัดกันไปพบที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แล้วหลวงปู่ท่านจึงเดินทางตามไป แต่ปรากฏว่า ท่านเดินทางทันศิษย์ทุกครั้ง จึงเชื่อว่าท่านสามารถย่นหนทางได้ในการธุดงค์นั้น

ครั้งหนึ่งได้ไปพบชีปะขาวชาวเขมรท่านหนึ่งชื่อว่า จันทร์ หลวงปู่เอี่ยม จึงได้เรียนวิชาอาคม กับชีปะขาวผู้นี้อยู่หลายปี จนกระทั่งชาวบ้านแหลมใหญ่ นึกว่าท่านออกธุดงค์ไปได้ถึงแก่มรณภาพไปแล้ว เนื่องจากท่านไม่ได้กลับมาที่วัดสะพานสูง เป็นเวลาหลายปีผู้คนละแวกวัด จึงได้ทำสังฆทานแผ่ส่วนกุศลไปถวายท่าน ทำถวายท่าน แต่ทว่าอีกไม่นาน หลวงปู่เอี่ยม ท่านได้เดินทางกลับมายังวัดสะพานสูง

จากการที่ท่านได้ใช้เวลาอยู่ในป่าเป็นเวลาหลายปี ปรากฏว่าท่านไม่ได้ปลงผม ผมจึงยาวถึงบั้นเอว จีวรก็ขาดรุ่งริ่งหนวดท่านยาวเฟิ้ม พร้อมมีสัตว์ป่า ได้แก่หมี เสือ และงูจงอาง ติดตามท่านมาด้วยจากการปฏิบัติจิตเจริญกรรมฐาน จึงทำให้หลวงปู่ เป็นผู้มีพลังจิตสูงส่ง และท่านยังสามารถสำเร็จวิชาโสฬสด้วย

มีเรื่องเล่ากันว่า บริเวณหน้าวัดสะพานสูง เคยมีต้นตะเคียนต้นหนึ่ง มีนํ้ามันตก เล่ากันว่า ปีศาจนางตะเคียน ที่สิ่งอยู่นั้นดุมาก ชอบออกมาหลอกหลอนพระเณร และชาวบ้าน จนเป็นที่เกรงกลัวกันทั่ว หลวงปู่เอี่ยม ได้มายืนเพ่งต้นตะเคียนดังกล่าว อยู่ ๒-๓ วัน เท่านั้นต้นตะเคียนต้นนั้นก็เฉา และยืนต้นแห้งตาย

หลวงปู่เป็นผู้มีอาคมขลัง และวาจาสิทธิ์ มักน้อย สันโดษนี้เอง ทำให้หลวงปู่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งชาวบ้านและนายผู้ใหญ่ในพระนคร

การสร้างพระปิดตา ของหลวงปู่นั้น ท่านเริ่มสร้างประมาณ ปี พ.ศ. ๒๓๙๕ โดยท่านจะใช้ผงรัตนมาลาสูตรของท่าน กับผงโสฬสมงคล ซึ่งเป็นผงวิเศษในตำนานมีผู้สำเร็จเพียงไม่กี่ท่าน ผงโสฬสนี้ ลบเป็นอัตราเลขต่างๆ ๑๖ อัตรา มีนัยยะ แทนคุณพระและคุณเทพยดาต่างๆ มีคุณทางคุ้มครองป้องกัน และเป็นมหาอำนาจ วิชาโสฬสมงคลนั้น เป็นของสูงเรียนได้ยาก หลวงปู่เอี่ยม ท่านได้นำผงวิเศษดังกล่าว มาผสมกับว่านยาต่างๆ นำมาผสมรัก สร้างเป็นพระปิดตา แล้วนำไปจุ่มรักอีกทีสำเร็จเป็นพระปิดตาของสำนักวัดสะพานสูง

ส่วนตะกรุดโสฬสมงคลนั้น ท่านจะมอบให้กับผู้ที่บริจาคปัจจัยสร้างพระอุโบสถตั้งแต่ ๑ ตำลึง หรือ ๔ บาทหากถวายเป็นของ ต้องนำทราย อิฐหรือ หิน ๑ ลำเรือสำปั้นมาถวาย ท่านจึงจะมอบตะกรุดโสฬสให้ ๑ ดอก

ด้วยตะกรุดนี้ใช้เวลาสร้างและเสกยาวนานถึง ๓ ปี เสกด้วยโองการพระมหาทะมื่น ๑๐,๐๐๐ จบ ลูกศิษย์สายวัดสะพานสูงจะรู้กันดีว่า หากคาดตะกรุดนี้ไว้กับตัว ห้ามไหว้ผีสางนางไม้ส่งเดช เพราะตะกรุดนี้เป็นของสูงมีเทพยดารักษาและถ้าตะกรุดอยู่กับตัวแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวอันตรายใดๆ คุ้มภัยได้ทั้งบนบกและในนํ้า หากไว้บนเรือนท่านคุ้มได้ทั้งเรือน เป็นของวิเศษอันมีอุปเท่การใช้ตะกรุด โสฬสมงคลของเก่า ท่านให้อาราธนาดังนี้

๑. ตั้งนะโม ๓ จบ
๒. ว่าคาถาไตรสรณคม (พุทธังสรณังคัจฉามิ จนถึง ตะติยัมปิ สังฆังสรณังคัจฉามิ)
๓. ว่าคาถาอาราธนาดังนี้ “ขอเดชะบารมีพระพุทธคุณ ขอเดชะบารมีพระธรรมคุณ ขอเดชะบารมีพระสังฆคุณ คุณบิดามารดา คุณอุปชาอาจารย์ กับเทพยดาเจ้าที่มีชื่อในตะกรุดนี้ จงมาคุ้มครองรักษาตัวข้าพเจ้า นะมะพะทะ เอหิพุทธังเอหิธัมมัง เอหิสังฆัง ปะริสุทโธ ชะนาปะริสุทโธ อะธิษฐามิฯ”

หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม ได้มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๙ รวมอายุท่านได้ ๘๐ปี อยู่ในสมณเพศได้ ๕๙ พรรษา ท่านมรณภาพด้วยโรคชรา ปู่หรุ่น ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด คอยอยู่ปรนนิบัติ ได้เรียนถามหลวงปู่ว่า “ท่านอาจารย์มีอาการเต็มที่แล้ว ถ้าท่านมีอะไรก็กรุณาได้สั่งและให้ศิษย์ไว้เป็นครั้งสุดท้าย” ซึ่งท่านก็ตอบว่า “ถ้ามีเหตุทุกข์เกิดขึ้น ก็ให้ระลึกถึงท่านและเอ่ยชื่อท่านก็แล้วกัน”หลวงปู่เอี่ยม ได้ถ่ายทอดวิชา ให้กับลูกศิษย์ก้นกุฏิของท่านไว้ คือ “หลวงปู่กลิ่น (พระครูโสภณศาสนกิจ)” ซึ่งขณะที่ หลวงปู่เอี่ยม มรณภาพนั้นหลวงปู่กลิ่นมีอายุได้ ๓๑ ปี และได้เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดสะพานสูงต่อมาอย่างไรก็ตาม ถึงกาลเวลาจะผ่านมา เกือบ ๑ ศตวรรษแล้ว แต่พระปิดตาและตะกรุดของ หลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูง ยังคงความขลัง ไม่เสื่อมคลาย

พระปิดตาของท่านเป็นหนึ่งในสุดยอดพระปิดตาของวงการสะสมพระเครื่อง ตะกรุดของท่านเป็นสุดยอดแห่งเครื่องรางทั้งปวงสมเป็นปรมาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์รูปหนึ่งของไทย หาผู้หนึ่งผู้ใดเสมอเหมือนได้ยากยิ่ง

จุดสังเกตและชี้ตำหนิพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูงด้านหน้า พระปิดตาของสำนักวัดสะพานสูง ทั้งรูปทรงแบบพิมพ์ชะลูดหรือแบบพิมพ์ตะพาบ ทั้ง ๒ พิมพ์ มีเอกลักษณ์กว้างๆ ดังนี้

๑. พิมพ์ชะลูด พระเศียรทรงรี
๒. พิมพ์ชะลูด ทรงจะสูงเพรียวกว่าพิมพ์ตะพาบ
๓. ส่วนหน้าท้องของพิมพ์ชะลูดจะมีเนื้อที่มากกว่า

๑. พิมพ์ตะพาบ พระเศียรกลมกว่า
๒. พิมพ์ตะพาบดูป้อมและเตี้ยกว่า
๓. หน้าท้องต้อลํ่า
๔. ทั้งสองพิมพ์มีรอยต่อประกบเรียก “รอยตะเข็บข้าง”
๕. ส่วนมากพระปิดตาสำนักวัดสะพานสูงนี้ จะตั้งได้ไม่ล้มส่วนมากแล้วทางด้านหลังของทั้งสองพิมพ์ตกแต่งแล้วมักปาดเรียบ