สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ

ลูกทำให้แม่สบายใจได้อย่างไร?

amulet.in.th -> เล่าสู่กันฟัง
ผู้ตั้ง ข้อความ
อัฐ


วันที่เข้าร่วม: 10 Jun 2008
ตอบ: 326
ตอบเมื่อ: 27 Jul 2008 05:02 pm
เรื่อง: ลูกทำให้แม่สบายใจได้อย่างไร?
ตอบโดยอ้างข้อความ

ลูกทำให้แม่สบายใจได้อย่างไร?

ผมได้อ่านบทความเกี่ยวกับวิธีทำให้แม่สบายใจเขียนโดยคุณไมตรี ลิมปิชาติ จากหนังสือ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 24 ฉบับ 8 สิงหาคม 2543 ถึงแม้ว่าจะเป็นบทความที่เขียนมานานแล้ว แต่ผมเชื่อว่าหลังจากได้อ่านแล้วทุกคนก็คงไม่มีใครปฎิเสธว่าไม่ล้าสมัยและน่าจะนำไปปฏิบัติ ขอเริ่มเรื่องเลยนะครับ

เมื่อปีที่แล้ว หญิงมีอายุระดับคุณยายคนหนึ่งได้ให้ สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเนื่องในวันแม่ว่า
"ลูกชายไม่ค่อยมาหา ลูกบอกว่าวันเสาร์อาทิตย์ไม่ค่อย จะว่างเพราะนัดเพื่อนเล่นกอล์ฟ"
รายนี้บอกได้เลยว่าลูกชายให้ความสำคัญกับกีฬากอล์ฟ มากกว่าแม่หรืออาจจะคิดว่าการนัดเล่นกอล์ฟกับเพื่อน เพื่อนรอไม่ได้ แต่แม่รอได้เพราะไปหาแม่เมื่อไร เวลาใด ไม่เคยไม่พบแม่ แม่จะรอลูกอยู่เสมอทุกวินาที

คุณยายอีกคนหนึ่งอยู่ที่บ้านพักคนชราบอกว่า ลูกๆ จะมาเยี่ยม ปีละ ครั้งบ้าง 2 ครั้งบ้าง ไม่เป็นไรหรอก เพราะลูกอยู่ไกลและต้องทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว

รายนี้บอกได้เลยว่า คนที่เกิดเป็นแม่พร้อมที่จะให้อภัยลูกได้เสมอแม้บางปีลูกไม่มาเยี่ยมแม่เลย แทนที่แม่จะโกรธแต่กลับเป็นห่วงลูก กลัวว่าลูกต้องมีปัญหาแน่ๆ มิเช่นนั้นจะต้องมาหาแม่

ลูกบางคนแม่ส่งเงินให้เล่าเรียน จนมีความรู้และมีอาชีพ แต่พอได้เงินเดือนไม่เคยส่งเงินให้แม่ใช้ โดยให้เหตุผลกับแม่ว่า เงินเดือนไม่พอจ่ายเพราะเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ เงินเดือนยังน้อย

หลังจากนั้นเมื่อมีเงินเดือนมากขึ้นก็ไม่ได้ส่งเงินให้แม่อีกนั่นแหละโดยให้เหตุผลว่า จะต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน

แม่ก็ไม่ว่า ขอให้ลูกมีบ้านและมีรถใช้จะได้สบายไม่ต้องลำบากเหมือนแม่ที่ต้องโหนรถเมล์ มาเกือบตลอดชีวิต พอลูกมีบ้าน ก็ไม่ได้ส่งเงินให้แม่ตามเคย โดยอ้างว่าต้องมีภาระส่งลูกเรียนหนังสือ

ข้าราชการบางคนอุตส่าห์ซื้อของดีๆ ให้เจ้านายในวันปีใหม่แต่ไม่ซื้ออะไรให้แม่สักชิ้นเดียวโดยคิดว่า ยังไงๆ แม่ก็คือแม่ซึ่งต้องรักลูกอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องประจบก็ได้

ตรงข้ามกับที่เล่ามาแล้วข้างต้น ผมเคยซึ้งใจกับคนบางคนที่คิดถึงแม่บ่อยมากโดยเฉพาะตอนวันเกิด เขาพูดกับผมเองว่าคนเรานี้ก็แปลกพอถึงวันเกิดของตัวเอง แทนที่จะคิดถึงแม่ว่า เป็นวันที่แม่ต้องเจ็บปวดคลอดเราออกมา ยิ่งในสมัยก่อนที่การแพทย์ไม่ทันสมัย วันเกิดของลูกเปรียบเสมือนเป็นวันที่แม่ต้องเสี่ยงชีวิตมากที่สุดเรียกได้ว่าขาหนึ่งอยู่ในโลงอีกขาอยู่นอกโลง แต่สำหรับบางคนวันเกิดของตนกลับไปเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับตัวเอง ที่ถูกต้องน่าจะไปกราบที่ตักแม่ ขอบคุณแม่ที่เกิดเราออกมาให้มนุษย์

อีกรายหนึ่งเป็นแค่คนใช้ ได้เงินเดือนไม่มากแต่อุตส่าห์ส่งเงินให้แม่ทุกเดือน น้ำใจของเธอจึงยิ่งใหญ่กว่าคนที่เรียนจบดอกเตอร์แต่ไม่เคยให้เงินแม่ใช้และพอใกล้วันสงกรานต์ คนใช้จะลางานกลับบ้านเพื่อซื้อของไปกราบแม่

ผมชอบไปนวดแผนโบราณที่สถานสงเคราะห์คนตาบอดที่เมืองนนท์ หมอนวดคนหนึ่งบอกว่า พอเขาได้เงินครั้งแรกจากการนวด เขาได้ไปตลาดปากเกร็ด นนทบุรี เพื่อหาซื้อปลาทูตัวใหญ่ๆ ส่งไปให้แม่ที่อยู่เชียงราย

ที่ซื้อปลาทูก็เพราะรู้ว่าแม่ชอบกินเมื่อผมถามว่า ที่เชียงรายไม่มีปลาทูขายหรือ เขาตอบว่า มีขายแต่จะมีแต่ปลาทูตัวเล็กไม่ใหญ่เหมือนที่ตลาดปากเกร็ด แม้คนพิการตาบอดก็ยังนึกถึงแม่ แล้วคนตาดีล่ะ

ไม่น่าเชื่อว่า ส่วนใหญ่แม่ 1 คน สามารถเลี้ยงลูกได้ตั้งหลายคน แต่ลูกหลายคนไม่สามารถเลี้ยงแม่เพียงคนเดียวได้

ไม่มีใครรู้ได้ว่า แม่รักลูกมากแค่ไหน จะรู้ก็ต่อเมื่อคนๆ นั้นมีลูกเองบ้าง

ทุกคนเกิดมาต้องมีแม่ เพราะถ้าไม่มีแม่ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดมาได้อย่างไร แน่นอนเมื่อมีแม่ ก็ต้องมีพ่อ เพราะถ้ามีแม่คนเดียวจะมีลูกไม่ได้ยกเว้นทำการผสมเทียม

คนเราเกิดมาจะมีแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น ยกเว้นแม่ยาย ซึ่งอาจจะมีแม่ยายกี่คนก็ได้ มีผู้สันทัดกรณีเกี่ยวกับชีวิตรายหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนามแนะนำว่า

เมื่อรู้ว่าแม่รักลูก ลูกที่ดีจะต้องสนองตอบด้วยการทำให้แม่สบายใจ

การทำให้แม่สบายใจไม่ยากเลย คือต้องให้ความสนใจอย่าปล่อยให้แม่รู้ตัวเหมือนอยู่คนเดียว ไร้ค่า ไม่มีลูกหลานคอยห่วง

แม่ชอบกินอะไรก็ซื้อให้แม่กิน ส่วนใหญ่คนแก่ชอบกินทุเรียนก็ควรซื้อให้แม่กิน ถึงแม้กินทุเรียนมากๆ ไม่ดีเพราะอาจทำให้ความดันขึ้น หรือเป็นอันตรายกับโรคเบาหวาน แต่ก็ต้องซื้อให้แม่ เพียงแต่คอยควบคุมไม่ให้แม่กินมากเกินไป

การที่มีลูกคอยห้าม คอยระวังในเรื่องอาหารการกินของแม่ จะทำให้หัวใจลึกๆ ของแม่ชื่นใจที่ลูกเป็นห่วง

ตามปกติคนคราวแม่จะต้องกินยาทั้งก่อนอาหารและหลังอาหาร คนเป็นลูกจึงควรจัดยาให้แม่ แล้วคอยเตือนให้แม่ได้กินยาตามที่หมอสั่ง

ถ้าแม่ไม่สบายถึงแม้จะเป็นแค่ป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็ให้พาไปหาหมอ อย่าบอกแม่ว่า แม่ไม่เป็นอะไรหรอก ไม่ต้องไปหาหมอก็ได้ แต่กินยาก็หาย คนที่มีอายุจะปวดเมื่อยบ่อยมาก จึงควรจัดหาหมอนวดโบราณมานวดให้แม่บ้าง หรือจะนวดให้แม่เองได้ก็ยิ่งดี

ต้องยอมรับความจริงว่าคนเป็นแม่อยู่ในโลกนี้มานานจึงมีประสบการณ์มาก เวลาเห็นลูกหลานทำอะไรขัดตาก็จะสอน บางครั้งไม่สอนก็จะบ่น บ่นเรื่องโน้นเรื่องนี้ การถูกแม่บ่น คนเป็นลูกอย่าเบื่อ อย่าโกรธเพราะนั่นเป็นธรรมดาของคนสูงอายุ หากเราแก่เหมือนแม่อาจชอบบ่นมากกว่าแม่ก็ได้

ถ้าแม่ชอบทำงานบ้านก็ต้องปล่อยให้แม่ทำ อย่าห้าม เพียงแต่บอกว่าที่ยอมให้แม่ทำงานบ้าน ก็เพราะต้องการให้แม่ออกกำลังกาย ฉะนั้นถ้าเหนื่อยก็ให้พักหรือวันไหนแม่ไม่อยากหยิบฉวยอะไรในบ้าน ก็ไม่ต้องไปว่าแม่

คนแก่มักจะชอบเก็บโน่นเก็บนี่ ดูทุกสิ่งทุกอย่างมีค่าไปหมด แม้ขวดพลาสติกหรือขวดแก้วใบเล็กๆ ก็จะเก็บไม่ยอมทิ้ง

คนเป็นลูกต้องรู้ถึงนิสัยของคนแก่ จึงไม่ควรไปห้าม ถ้ากลัวว่าบ้านจะรกด้วยสมบัติสัมภารกที่ว่า ก็ให้จัดทำที่เก็บของให้แม่ แม่จะเก็บอะไรก็ปล่อยให้แม่เก็บไว้รอให้แม่ตายไปจากโลกเสียก่อน จึงค่อยเก็บสมบัติของแม่เหล่านี้ทิ้ง

ถ้าแม่ชอบซื้อลอตเตอรีก็ไม่ต้องไปห้ามเช่นกัน เพราะเป็นความหวังของคนแก่ที่ไม่มีรายได้ แม่มักจะหวังว่า ถ้าถูกลอตเตอรีก็จะได้เงินมาแจกลูกหลานเป็นความสุขของแม่

ว่าไปแล้ว คนแก่ที่ชอบซื้อลอตเตอรี ยังดีกว่าไม่ชอบซื้อเพราะจะสร้างความหวังให้คนที่ไม่มีรายได้ ให้เกิดมีความหวังทุกๆ เดือน ครึ่งเดือน ทำให้อายุยืนอย่างน้อยๆ ถ้าจะตายก็จะไม่ตายขอรอวันลอตเตอรีออก เพื่อตรวจรางวัลให้รู้ผลเสียก่อน

อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือ อย่าปล่อยให้แม่อยู่คนเดียว ชวนแม่นั่งดูทีวีกับลูกหลาน แม้ตอนกินข้าวก็ควรให้แม่กินพร้อมๆ กับลูกและหลานแม่จะได้ไม่เหงา

ถึงแม้แม่จะเป็นคนแก่ แต่ความเป็นผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงาม คนเป็นลูกจึงควรดูแลเรื่องเสื้อผ้า จัดหาซื้อเสื้อผ้าให้แม่ในเวลาที่เหมาะสมเช่นในวันแม่ วันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ ฯลฯ

ไม่ว่าจะเป็นคนแก่หรือเด็ก คือถ้าเกิดมาเป็นคนทุกคนจะเบื่อถ้าต้องอยู่บ้านทุกวันจำเจ บางวันเบื่อบ้านไม่พอยังเบื่อตัวเองด้วย เมื่อลูกรู้ความจริงอย่างนี้จึงควรพาแม่ออกจากบ้านไปเปิดหูเปิดตาบ้าง เช่นไปที่ศูนย์การค้าหรือพักผ่อนชายทะเล

ผมเคยเห็นลูกบางคนพาแม่ไปเที่ยวที่ศูนย์การค้า ทั้งๆ ที่นั่งรถเข็น เห็นแล้วน่ารัก

แม่ต้องมีเพื่อนสนิทซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน จึงควรปล่อยโอกาสให้แม่ได้พบกับเพื่อนสนิทบ้าง บางครั้งถ้าเป็นได้ควรพาแม่ไปส่งบ้านเพื่อนหรือไม่ก็รับเพื่อนมาคุยกับแม่ที่บ้าน

ถ้าแม่มีลูกหลายคน ลูกๆ จะต้องสามัคคีกันให้แม่เห็น หรือถ้าจะทะเลาะกันบ้างก็ไม่ควรให้แม่รู้ แม่จะมีความสุขมากถ้าลูกๆ รักกัน

หากลูกกับแม่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน ลูกควรไปเยี่ยมแม่ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้หรืออย่างน้อยๆ ก็โทรศัพท์ไปคุยกับแม่บ้าง

ถึงแม้แม่ไม่เดือดร้อนเรื่องการเงินแต่ก็ควรส่งเงินให้แม่ทุกเดือนตามกำลังที่มี

ที่ว่ามาทั้งหมดข้างต้น หมายถึงแม่ที่มีฐานะธรรมดาๆ หากเป็นเศรษฐี ลูกส่วนใหญ่ก็จะเอาอกเอาใจแม่ โดยไม่ต้องแนะนำอะไรเลย เพราะถ้าขืนไม่เอาใจ ลูกคนนั้นอาจไม่ได้รับมรดกก็ได้

โดยธรรมชาติแล้ว ไม่ได้มีแต่แม่เท่านั้นที่รักลูก ลูกทุกคนก็รักแม่ เพียงแต่การแสดงออกในความรักไม่เหมือนกันเท่านั้น ลูกบางคนรักแม่ แต่อาจจะทำงานเพลิน หรือพอมีภาระต้องเลี้ยงลูกตัวเองจึงลืมดูแลแม่ ใครไม่รู้พูดไว้อย่างน่าคิดว่า ถ้าเราลืมแม่ อีกหน่อยลูกก็จะลืมเรา

ฉะนั้นหากแม่คนใดที่ต้องการให้ลูกนึกถึงก็ต้องไม่ลืมแม่ของตัวเอง ผมเขียนถึงเรื่องแม่ แล้วทำให้นึกถึงแม่ ถูกแล้ว ผมก็มีแม่เหมือนกัน
แม่ของผมอยู่กับน้องสาวที่ต่างจังหวัด ผมไปกราบแม่ทุกปีและทุกครั้งที่กลับบ้านที่เมืองคอน

บางครั้งผมไม่ต้องไปกราบแม่แต่แม่ก็เดินทางเข้ากรุงเทพมาให้ลูกๆ ได้กราบแม่แทน

แม้ผมซึ่งเป็นได้แต่พ่อก็ชื่นใจครับ ถ้าเห็นลูกๆ ให้ความรักกับแม่

By: ไมตรี ลิมปิชาติ

amulet.in.th -> เล่าสู่กันฟัง