สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ

พิษปลาปักเป้า

amulet.in.th -> ท่องเที่ยว - อาหารการกิน
ผู้ตั้ง ข้อความ
chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 07 Aug 2008 03:48 pm
เรื่อง: พิษปลาปักเป้า
ตอบโดยอ้างข้อความ

พิษปลาปักเป้า

ปลาปักเป้ามีพิษก็เพราะว่ากินอาหารตามธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นพืช หอยเม่น หอยทะเล หนอนทะเล ซึ่งมีเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ปลาปักเป้าเกิดการสร้างพิษสะสมในตับ ไข่ ต่อมเพศ หนัง กระเพาะ และลำไส้ เรียกว่าทั้งตัวเต็มไปด้วยพิษ แต่ปริมาณพิษจะรุนแรงสุดที่รังไข่กับตับ กินเข้าไปจะรู้สึกชาและคันที่ริมฝีปาก ลิ้นและปลายนิ้วกระตุก ระคายคอ ปวดท้อง อ่อนเพลีย ชีพจรเต้นเบา และเสียชีวิตในที่สุด

การกินปลาปักเป้าต้องรู้หลักและวิธี คือจะต้องชำแหละไม่ให้เครื่องในและน้ำดีในตัวปลาสัมผัสแตะต้องกับเนื้อปลา คือต้องเป็นคนทำเป็นจริงๆ ถึงจะปลอดภัย

เมื่อปี พ.ศ. 2485 มีผู้สกัดสารพิษจากปลาปักเป้าที่เรียกว่า เตโตรโดทอกซิน ซึ่งสะสมอยู่ในไข่ ตับ น้ำดี กระเพาะ ลำไส้ ผิวหนัง รวมทั้งอาจมีอยู่ในเนื้อปลาด้วย หากรับประทานเข้าไป อย่างเร็ว 10 นาที หรือ

อย่างช้าไม่เกิน 4 ชั่วโมง พิษก็จะแสดงอาการ และที่สำคัญพิษนี้จะทนต่อความร้อนมาก แม้ว่าจะใช้ ความร้อนที่อุณหภูมิสูงถึง 70 องศาเซลเซียล นาน 10 นาที ก็ไม่อาจทำลายพิษนี้ได้

สำหรับสารเตโตรโดทอกซินจะทำลายระบบปราสาทของคนที่กินปลาปักเป้า โดยขัดขวางการเคลื่อนที่ของโซเดียมอิออนที่อยู่บริเวณผนังเซลล์ปราสาท และทำให้เส้นปราสาทไม่ทำงาน โดยผู้ป่วยที่รับพิษมีอาการ 4 ขั้น

ขั้นที่ 1 เริ่มจากอาการชาที่ริมฝีปาก ลิ้น ปลายนิ้ว คล้ายฉีดยาชา คลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน กระสับกระส่าย

ขั้นที่ 2 จะมีอาการชา และอาเจียนมากขึ้น แขนขาอ่อนแรงหรือเดินไม่ได้

ขั้นที่ 3 แขน ขา เคลื่อนไหวไม่ได้ กล้ามเนื้อกระตุก คล้ายอาการชัก พูดลำบากออกเสียงเป็นอัมพาต แต่ผู้ป่วยยังมีสติอยู่

ขั้นที่ 4 มีอาการหายใจไม่ออก เพราะกล้ามเนื้อที่ช่วยหายใจเป็นอัมพาต ลำตัวเขียวคล้ำ หมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีก็จะเสียชีวิต

ปัจจุบันยังไม่มียาแก้พิษดังกล่าวเลย

สำหรับผู้ที่กินปลากปักเป้าแล้วเกิดพิษนั้น ไม่ได้มาจากการแพ้ แต่เพราะกินสารพิษเตโตรโดทอกซิน อาการจะมาหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่า รับสารพิษเข้าร่างกายมากหรือน้อย และกินส่วนใดของปลา เช่นถ้ากินไข่ หรือตับจะได้รับสารพิษมาก หากกินเนื้อและหนังจะได้รับสารพิษน้อยกว่า

ดังนั้นหากกินสารพิษเข้าไปในปริมาณมาก ก็จะเกิดอาการพิษทุกราย ไม่มีการยกเว้นว่าแพ้หรือไม่แพ้ปลาปักเป้ารวมถึงการกินปลาปักเป้าในฤดูวางไข่ ซึ่งเป็นฤดูที่ปลาผลิตสารพิษสูงตามไปด้วย

ทางที่ดีถ้าจะให้ปลอดภัยที่สุด ไม่ควรรับประทานจะดีกว่า ปลอดภัยที่สุด

chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 07 Aug 2008 09:29 pm
เรื่อง: ปลาปักเป้ามีพิษ
ตอบโดยอ้างข้อความ

ปลาปักเป้ามีพิษ

      ปลาปักเป้าหรือ Puffer fish เป็นปลาปักเป้าชนิดหนึ่งที่พบได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม พบได้ทั้งประเทศที่มีอากาศร้อนและอบอุ่น ในประเทศไทยมีปลาปักเป้าทั้งชนิดที่อาศัย อยู่ในน้ำจืดและน้ำเค็ม รวมกันประมาณราว 20 ชนิด ปลาปักเป้าทะเล (marine puffer fish) มีชื่อเรียกต่างกันไป ได้แก่ toad fish, globe fish, toado, swell fish, porcupine fish และ bal-loom fish เป็นต้น

      ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีการนำเอาปลาปักเป้ามาบริโภคกันอย่างแพร่หลายมานานแล้ว เนื่องจากเป็นปลาที่มีรสชาติดีคล้ายเนื้อไก่ จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปลาเนื้อไก่ โดยเฉพาะปลาปักเป้าที่อยู่ในวงศ์ Tetraodontidae ผู้ที่จะเปิดทำกิจการภัตตาคาร หรือร้านอาหารปลาปักเป้านั้นจะต้องมีประกาศนียบัตรรับรอง เพื่อแสดงว่ามีความรู้เกี่ยวกับชนิดของปลาปักเป้าที่เป็นพิษ และรู้วิธี ทำหรือชำแหละปลาปักเป้าเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค โดยจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมดูชนิดปลาและการทำปลาปักเป้าก่อนจน ได้ประกาศนียบัตร จึงจะมีสิทธิเปิดร้านแต่มีรายงานการเสียชีวิตและเจ็บป่วยเนื่องจากบริโภคปลาปักเป้าอยู่เสมอ โดยเทียบได้ถึง 60-70 % ของการเกิดอาหารเป็นพิษทั้งหมด ซึ่งเกิดกับชาวประมงหรือชาวบ้านที่นำเอาปลาปักเป้ามาประกอบอาหารเอง โดยขาด ความรู้และความระมัดระวังเช่นเดียวกัน ประเทศไทยที่มีผู้ได้รับพิษจากการบริโภคปลาปักเป้าทั้งชนิดน้ำจืดและชนิดน้ำเค็มจากการนำปลาปักเป้ามารับประทาน โดยขาดความรู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการ หรือทำปลาโดยไม่ถูกวิธี ซึ่งมีรายงานทางการแพทย์บ้างเป็นครั้งคราว

1. ความเป็นพิษและอาการจากพิษ
      พิษปลาปักเป้ามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า tetrodotoxin (TTX) สารพิษนี้ทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี ความร้อนที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที ก็ยังไม่สามารถทำลายสารพิษนี้ได้ ดังนั้นจึงไม่ถูกทำลายจากกระบวนการประกอบอาหาร ซึ่งขนาดที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิต (human lethal dose) ประมาณ 2 มิลลิกรัม ปลาปักเป้าทะเลมีพิษมากที่สุดในส่วนของไข่ ตับ ลำไส้ หนัง ส่วนปลาปักเป้าน้ำจืด ปลาแต่ละตัวจะมีพิษแตกต่างกันมาก โดยพิษจะมีมากที่สุดในหนังปลา รองลงมาเป็นไข่ปลา เนื้อปลา ตับ และลำไส้ ตามลำดับ

      สารพิษ Tetrodotoxin จะขัดขวางกระบวนการทำงานของระบบกล้ามเนื้อของมนุษย์และระบบประสาท (block the voltage - sensitive sodium channels of excitable tissues) มีผลทำให้เกิดอาการชาลิ้น อาเจียน กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง เดินเซ ขยับเขยื้อนไม่ได้ หายใจลำบาก ซึ่งหากเป็นมากและรักษาไม่ทันจะทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ อาการมักเกิดอย่างรวดเร็วหลังรับประทานปลาปักเป้า (ประมาณ 5 ถึง 20 นาที หรืออาจนาน 2 หรือ 3 ชั่วโมงได้)

2. ข้อกำหนดด้านกฏหมาย
      ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศบริโภคปลาปักเป้ามากที่สุด ได้ตั้งมาตรฐานของ TTX ไว้ โดยให้มีได้ไม่เกิน 10,000 MU/กรัม (1 MU: mouse unit หมายถึงปริมาณสารพิษน้อยที่สุดที่สามารถฆ่าหนูขาวตัวผู้หนัก 20 กรัม ได้ภายในเวลา 30 นาที) และกำหนดให้นำเข้าเฉพาะปลาปักเป้าตามสายพันธุ์ที่ระบุและต้องจับจากทะเลญี่ปุ่น ทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และ Pohai เท่านั้น นอกจากนี้ปลาปักเป้าที่นำเข้าจะมีใบรับรอง
      กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ห้ามผลิตและห้ามขายเนื้อปลาปักเป้า รวมทั้งห้ามนำเข้ามาจำหน่ายด้วย หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2545 แนะประชาชนหากไม่แน่ใจว่าเป็นปลาปักเป้า (ปลาเนื้อไก่) หรือไม่ ขอให้แจ้งที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

เอกสารอ้างอิง :
1. เอกสารทางวิชาการที่ 1/2536 เรื่อง การบริโภคปลาปักเป้าและความเป็นพิษ โดย ดร. อัธยา กังสุวรรณ สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรม สัตว์น้ำ กรมประมง
2. เอกสารทางวิชาการ ฉบับที่ 11/2539 เรื่อง พิษของปลาปักเป้าน้ำจืด โดย ดร. อัธยา กังสุวรรณ และสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรม สัตว์น้ำ กรมประมง
3. ปลาปักเป้ามีพิษ โดย นายประพันธ์ เชิดชูงาม นพ. ศุภชัย รัตนมณีนัตร ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

amulet.in.th -> ท่องเที่ยว - อาหารการกิน