สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ

พระร่วงหลังรางปืน สุโขทัย โดย จ.ส.อ. เอนก เจกะโพธิ์

amulet.in.th -> ประวัติพระเครื่อง เหรียญ และพระบูชา
ผู้ตั้ง ข้อความ
chuthatip


วันที่เข้าร่วม: 15 Aug 2007
ตอบ: 5096
ตอบเมื่อ: 23 Sep 2008 01:21 pm
เรื่อง: พระร่วงหลังรางปืน สุโขทัย โดย จ.ส.อ. เอนก เจกะโพธิ์
ตอบโดยอ้างข้อความ

พระร่วงหลังรางปืน สุโขทัย โดย จ.ส.อ. เอนก เจกะโพธิ์ 
 
สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย อายุมากกว่า700ปี มีโบราณสถานเก่าแก่มากมายในบริเวณตัวเมืองเก่าสุโขทัย ซึ่งอยู่ห่างตัวเมือง12กม.
บรรดาปูชนียสถานต่างๆได้รับการบูรณะขุดแต่งอนุรักษ์ตามหลักวิชาการ ด้วยการสนับสนุนขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม(UNESCO)แห่งสหประชาชาติ

วันเพ็ญเดือน12ทุกปีชาวสุโขทัยทั้งมวลได้จัดงานรำลึกถึงอดีตเมื่อ700ปี ที่ผ่านมา เป็นงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟเป็นงานใหญ่ ผู้คนต่างชาติ ต่างภาษา ต่างศาสนา เข้ามาเที่ยวในงานนี้อย่างล้นหลาม ในงานจะมีการประกวดกระทง นางนพมาศ จุดตะไลไฟพะเนียง และมีขบวนแห่ที่สวยงาม น่าชมยิ่งนัก

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยนั้นเป็นเขตเมืองเก่าสุโขทัย อยู่ห่างศาลากลางจังหวัดสุโขทัยไปทางตะวันตก12กม. ภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์และโดยรอบมีซากโบราณสถานมากกว่า100แห่ง ที่สำคัญได้แก่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติรามคำแหง จากตัวเมืองเดินทางข้ามแม่น้ำยมไปทางตะวันตก12กม. ก็จะถึงบริเวณเมืองเก่าสุโขทัยซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอาณาจักรอันใหญ่โต รุ่งเรืองของชาวไทย มีโบราณวัตถุสมัยกรุงสุโขทัย อยู่ไม่ห่างจากเนินไปปราสาทพระร่วงและวัดมหาธาตุมากนัก วัดมหาธาตุเป็นที่ตั้งวัดใหญ่มีองค์พระเจดีย์มหาธาตุ ที่สร้างแปลกกว่าเจดีย์ใด เป็นศิลปะของสุโขทัยแท้ เรียกว่าเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ด้านหน้ามีวิหารใหญ่เรียกว่าวิหาร11ห้อง ปัจจุบันปรักหักพังเหลือแต่เสาศิลาแลงใหญ่ ภายในเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพระศรีศากยะมุนี ซึ่งต่อมาในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้อันเชิญมาประดิษฐานที่วัดสุทัศน์ในกรุงเทพ จนถึงปัจจุบัน ลานวัดตรงองค์มหาธาตุด้านหนึ่ง ซึ่งมีตำนานกล่าวไว้ว่า ขอมดำดินมาพบพระร่วง ด้วยวาจาสิทธของพระร่วง ทำให้ขอมกลายเป็นหินอยู่ที่นั่น

ได้กล่าวเกริ่นถึงที่มาของกรุงสุโขทัยมาพอเป็นสังเขปแล้ว ขอวกกลับไปหาที่มาของพระร่วงหลังรางปืน ซึ่งเป็นพระเครื่องพิมพ์หนึ่งที่มีผู้คนนิยมเลื่อมใสเป็นอันมากนั้น น่าจะขุดพบที่วัดมหาธาตุอันเป็นที่ตั้งวัดใหญ่แต่กลับไปขุดพบที่วัดพระศรีมหาธาตุ(วัดพระปรางค์) อยู่เมืองสวรรคโลกโน่น ซึ่งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เป็นเมืองเก่ารุ่นเดียวกับกรุงสุโขทัย ตัวเมืองตั้งอยู่ บนฝั่งขวาแม่น้ำยม ตรงแก่งหลวง มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เมืองสวรรคโลก หรือเมืองเชลียง ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุโขทัย

เมืองสวรรคโลกหรือเมืองเชลียงทั้งในอดีต และปัจจุบัน ก็อยู่ในเขตเมืองศรีสัชนาลัย ที่มีพระเจดีย์ทรงลังกาองค์ใหญ่เป็นหลักของวัด ที่ฐษนเจดีย์มีช้างปูนปั้นประดับอยู่โดยรอบทั้งหมด39เชือก นี่แหละคือที่พบพระร่วงหลังลิ่ม ที่เขาพูดกันว่า พระร่วงหลังลิ่มกรุช้างล้อม

สำหรับพระร่วงหลังรางปืนที่เห็นยืนปางประทานพรนั้เป็นพระร่วงที่สร้างด้วยเนื้อตะกั่วสนิมแดง

นักนิยมสะสมพระเก่าๆหลายรายกล่าวกันว่าพบที่พระปรางค์เมืองสวรรคโลก จะอย่างไรก้อตามเชื่อคนเก่าไปก่อนพระร่วงหลังรางปืนเป็นพระเครื่องชั้นยอดขุนพลและมีอันดับ เป็นพระทึ่มีการสร้างแตกต่างกัน2แบบพิมพ์คือ

1 แบบพระพักตร์โตฐานหนา
2 แบบพระพักตร์เรียวฐานบาง

พระร่วงหลังรางปืน เป็นพระที่มีศิลปะสมัยลพบุรี มีหลังรางปืนเป็นเอกลักษณ์ประจำองค์พระ ทำให้ง่ายต่อการเรียกขานเป็นอย่างมาก ถ้าไม่มีรางปืน หลังเรียบหรือหลังลายผ้ากด เขาเรียกพระร่วงลพบุรี เพราะเป็นพระพิมพ์เดียวกัน สำหรับการเรียกขานชื่อพระเครื่องนั้นโดยมากจะตั้งชื่อกรุตามความพอใจของขุดพบแต่ละที่ แต่ละแห่ง

มูลเหตุของพระร่วงหลังรางปืน ที่มีความสมบูรณ์แบบ คมชัด และไม่เว้าหรือแหว่ง เพราะเหตุว่าการเทหรือการหล่อ ของช่างใช้วิธีใช้แม่พิมพ์ไม้กดด้านหลัง โดยใช้แม่พิมพ์ 2 ชนิด (ตัวผู้-ตัวเมีย) มาประกบกันเข้า แล้วเทตะกั่วลงทางด้านเท้า (หมายถึงเอาด้านเศียรลงต่ำ) เนื้อตะกั่วจะแล่นไปทั่วแม่พิมพ์ ทำให้เกิดความสมบูรณ์และสวยงาม (ผมเคยไปดูเขาเทพระมาเลยนำมาเล่าสู่กันฟัง) ก่อนที่ช่างเขาจะเทนั้น ช่างเขาจะต้องทำความสะอาดแม่พิมพ์ให้ดีซะก่อนแล้วทำการเท พระร่วงหลังรางปืน ก็คงจะเป็นเช่นนี้

พระร่วงหลังรางปืนผิวสนิมจะแดงแบบลูกหว้าสุก และจะต้องมีคราบไขขาวเกาะกันแน่นเป็นหย่อมๆ สนิมมีแตกลายงาที่บางคนเรียกว่า แตกแบบใยแมงมุม และไม่ใช่แตกแบบจงใจหักให้งอไปงอมา พระร่วงปลอมใหม่ๆเขาทำกันอย่างนั้น สนิมของพระร่วงแท้จะต้องเป็นสนิมที่มีความมันเงาภายในเนื้อตะกั่ว ไม่ใช่แดงเฉพาะแค่ผิวเท่านั้นแต่ต้องแดงถึงเนื้อตะกั่ว (เนื้อใน) พระร่วงบางองค์หักและเปราะหักง่าย เป็นเพราะว่าเนื้อตะกั่วหมดยาง (หมดสภาพ) แต่ยังยึดเกาะแน่นเพราะสนิมนั่นเอง

ข้อสังเกต

- ให้จดจำรางปืนให้ดี เพราะมี 2 ชนิด คือ รางใหญ่ และรางเล็ก รางใหญ่มี 2 พิมพ์ รางเล็กมี 1 พิมพ์ให้นำพระที่มีอยู่ (จะเป็นของแท้หรือของปลอมก็ได้) นำมาเปรียบเทียบกับรูปในหนังสือ เพื่อเปรียบเทียบขนาด ความสูง ความกว้าง ความยาว มีส่วนใกล้เคียงกันหรือไม่ อย่างไร พิจารณาดูให้ดีแลัวท่านจะทราบว่า องค์ใดแท้ องค์ใดเทียม (ดูที่รางสำคัญที่สุด)

- ให้จดจำพิมพ์ให้แม่นยำที่สุด เมื่อชำนาญแล้วเราสามารถดูด้านหลังได้เลยว่า ด้านหน้าของพระแท้หรือเก๊ นี่คือข้อสังเกตของผมนะครับ ใครจะนำไปใช้ก็ได้ไม่หวง

- เรื่องปลอมไม่ต้องพูดถึง มีมาก่อนผมเกิดครับ

amulet.in.th -> ประวัติพระเครื่อง เหรียญ และพระบูชา