รหัสสินค้า 341
ชื่อพระเครื่อง พระอุปคุต ปางจกบาตร แกะจากไม้สักทองปิดทอง พระบูชา หน้าตัก 3 นิ้ว วัดอุปคุต จ.เชียงใหม่
เกจิ-อาจารย์
ปีที่ออก
อายุพระเครื่อง
หมวดพระ พระสีวลี - พระสังกัจจายน์ - พระบัวเข็ม
ราคาเช่าบูชา 1,999.00 บาท
ค่าส่ง ฟรีค่าจัดส่ง
สถานะ เช่าแล้ว
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ 2009-06-04 17:56:12
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ 2013-05-23 13:41:06
จำนวนผู้ให้ความสนใจ 5,336 คน

รายละเอียดสินค้า

พระอุปคุต ปางจกบาตร แกะจากไม้สักทองและปิดทอง ใต้ฐานมีพระบรมสารีริกธาตุปิดด้วยยันต์โภคทรัพย์ พระบูชา หน้าตัก 3 นิ้ว วัดอุปคุต จ.เชียงใหม่

พระอุปคุต พระสาวกที่มีอิทธิฤทธิ์

สามารถปราบมาร บันดาลโชคลาภแก่ผู้ที่สักการะบูชา

พระอุปคุต ผู้เป็นพระอรหันตสาวกที่ทรงมหิทธานุภาพ มีฤทธิ์อำนาจในทางปราบศัตรูหมู่มารทั้งหลาย บันดาลโชคลาภ ป้องกันภยันตรายโดยเฉพาะภัยทางน้ำ และมีประสบการณ์ปาฏิหาริย์ ปรากฏหลายครั้งว่าผู้ที่มีพระอุปคุตบูชาอยู่กับตัวจะแคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี มหาอุด และโชคลาภ เมตตามหานิยมนามพระอุปคุต แปลว่า “ผู้คุมครองรักษา” เป็นศิษย์ของพระมหากัสสปะ ชอบความวิเวกสงบ และอยู่ตามลำพังผู้เดียว ไม่ชอบเกี่ยวข้องกับผู้อื่น ท่านจึงเข้านิโรธสมาบัติ จำพรรษาภายในกุฎิเรือนแก้ว กลางสะดือทะเล

โบราณจารย์มักจะสร้าง เป็นรูปพระอุปคุตแตกต่างกันไปหลายรูปแบบ เช่น นั่งอยู่ภายในกุ้ง หอย ปู ปลา หรือพระบัวเข็มอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญทำให้ศรีษะแหลม เพราะที่ศรีษะคลุมด้วยใบบัวมีลักษณะแหลม จึงเรียกกันว่า"พระบัวเข็ม"

เรื่องราวของท่านปรากฏเมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานไปแล้ว 218 ปี พระอุปคุตเกิดในตระกูลวานิช บิดาประกอบอาชีพค้าเครื่องหอม อยู่ในเมืองมถุรา แคว้นสุรเสนะ ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำยมุนา ท่านมีพี่ชาย 2 คน ส่วนท่านนั้น เป็นคนสุดท้อง

มูลเหตุที่ทำให้พระอุปคุตได้บวชนั้น ก็สืบเนื่องมาจาก บิดาของท่าน ได้เคยให้สัญญาไว้กับ พระเถระรูปหนึ่ง คือ พระสาณวาสี (สาณสัมภูติ) ไว้ว่าหากมีบุตรชายจะให้อุปสมบทในพุทธศาสนา ทีนี้พอมีบุตรชายคนแรก ก็ก็บ่ายเบี่ยง ด้วยอ้างว่าจะต้องเอาไว้ดูแลทรัพย์สิน ในเหย้าเรือน เอาไว้ถ้ามีบุตรชายคนที่ 2 เมื่อไร แล้วจะยอมให้บวช แต่พอมีลูกชายคนที่ 2 เข้าจริง ๆ ก็หาเรื่องบิดเบือนอีก ว่ามีความจำเป็น ต้องเอาไว้สำหรับ ทำธุระตามหัวเมือง ขอให้รอไว้มีลูกชายคนที่ 3 แล้วจะต้องบวชให้อย่างแน่นอน

จนกระทั่งมีบุตรคนที่สาม คือ “อุปคุต” เกิดมาก็แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้กับสัญญาที่ได้ให้ไว้กับพระเถระ พระเถระท่านเห็นว่า ยังไม่ถึงเวลา ท่านจึงนิ่งไว้ก่อน และก็ไม่ได้ไปทวงถามถึงสัญญานั้น จนกระทั่งอุปคุตโตเป็นหนุ่มตอนนั้นอุปคุตได้มาช่วยบิดาขายเครื่องหอมอยู่ที่ร้านในตลาด ตั้งแต่อุปคุตมาอยู่ที่ร้าน ก็ปรากฎว่า เครื่องหอม ขายดิบขายดี เป็นเทน้ำเทท่า ผู้คนมาซื้อหากันไม่ขาดสาย นี่เป็นธรรมดาของผู้มีบุญไปอยู่ที่ไหน ทรัพย์สิน ก็จะหลั่งไหลมา ด้วยอำนาจแห่งบุญ

เพราะฉะนั้นจึงเชื่อกันว่า ผู้ที่ค้าขาย หากได้บูชาพระอุปคุตเป็นประจำทุกเช้าตอนเปิดร้าน ก็จะทำให้ค้าขายดี มีคนมาซื้อหาไม่ขาดสายทรัพย์สิน ก็จะหลังไหลมาเทมา กิจการเจริญก้าวหน้าเป็นปึกแผ่นมั่นคงตลอดไป

วันหนึ่งพระสาณวาสีเถระ ได้แวะเข้าไปในร้านที่อุปคุตขายของ และได้กล่าวธรรมกถาให้อุปคุตฟัง ปรากฏว่า อุปคุตฟังแล้วเกิดดวงตาเห็นธรรม บรรลุโสดาปัตติผล เป็นพระอริยบุคคลชั้นต้น ในพระพุทธศาสนา เมื่อพระสาณวาสีเถระเห็นว่า อุปคุตได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว จึงได้ไปทวงสัญญากับนายพาณิชย์ ผู้เป็นพ่อของอุปคุต พอนายพาณิชย์ถูกทวงถามเช่นนั้น ก็อับจนปัญญา ไม่อาจหาวิธีพูดบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยงได้อีก จึงตัดสินใจอนุญาตให้อุปคุตออกบวชได้

กิตติศัพท์ขจรขจาย

เมื่อออกบวชแล้ว ท่านพระอุปคุตก็ได้เจริญวิปัสสนาญาณโดยลำดับ จนบรรลุพระอรหันต์ผล เป็นพระอริยบุคคลชั้นสูงสุด ในพระพุทธศาสนา และต่อมาท่านพระอุปคุต ก็ได้เป็น พระอาจารย์สอนสมถกัมมัฏฐาน และวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด ในสมัยนั้น โดยในคัมภีร์ได้กล่าวว่า ท่านมีพระอรหันต์ผู้เป็นศิษย์อยู่ถึง 18,000 รูป ส่วนสำนักของท่าน ตั้งอยู่ ณ วัดนตภัติการาม ภูเขาอุรุมนท์

นอกจากนี้แล้ว พระอุปคุตยังสำเร็จอภิญญาต่างๆ จนสามารถแสดงอภินิหาร เป็นที่เล่าลือมาจนทุกวันนี้ มีปฏิปทาดำเนินไปในทางสันโดษ มักน้อย นัยว่า ท่านเนรมิตเรือนแก้ว (กุฏิแก้ว) ขึ้นในท้องทะเลหลวง (สะดือทะเล) แล้วก็ลงไปอยู่ประจำที่กุฏิแก้วตลอดเวลา เมื่อมีเหตุเภทภัยเกิดขึ้นในพระศาสนา หรือเมื่อมีพิธีกรรมใหญ่ๆ หรือมีผู้นิมนต์ ท่านก็จะขึ้นมาช่วยเหลือ ด้วยความเต็มใจเสมอ

คติความเชื่อเกี่ยวกับพุทธคุณ ของผู้ที่บูชา พระอุปคุต เชื่อว่า มีพุทธโดดเด่นด้านโชคลาภ และคุ้มกันภัยภิบัติอันตรายทั้งปวง

ก่อนพระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ได้ทรงพยากรณ์ไว้ว่าพระอุปคุตจะเป็นผู้ทำหน้าที่สืบทอดและพิทักษ์พระพุทธศาสนาประดุจดังพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ภายหน้าจะเป็นผู้ปราบพญามารที่คอยมาทำลายงานพิธีกรรมต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา และพญามารจะคลายมิจฉาทิฏฐิละพยศยอมเข้ามาอยู่ในบวรพระพุทธศาสนา และพญามารจะแสดงอิทธิฤทธิ์เนรมิตตนเองแสดงให้เห็นเป็นรูปพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งทรงพระชนม์ชีพอยู่ให้บรรดาพระสงฆ์สาวกได้เห็นเป็นอัศจรรย์

ต่อมาพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้สร้างวิหารและสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ กำหนดจัดให้มีการสมโภชครั้งใหญ่ตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน เพื่อให้งานสมโภชสำเร็จเรียบร้อยด้วยดี จึงขอให้พระสงฆ์ขีณาสพที่ทรงอิทธิฤทธิ์เป็นผู้คุ้มครองงานให้ปราศจากอุปสรรคปัญหาต่างๆ คณะสงฆ์ในนครปาตลีบุตร จึงตกลงกันว่าให้ไปอัญเชิญพระอุปคุตเถระที่จำพรรษาอยู่กลางสะดือทะเลมาช่วยรักษาความปลอดภัยในงานสมโภชพระสถูปเจดีย์พระอุปคุตเถระรับนิมนต์

พระเจ้าอโศกมหาราช เห็นว่าท่านมีร่างการผายผอมอ่อนแอ เกรงจะทำหน้าที่ไม่สำเร็จจึงทดสอบฤทธิ์ด้วยการปล่อยช้างตกมัน ให้วิ่งมาทำร้ายระหว่างพระอุปคุตกำลังบิณฑบาตช้างก็ถูกพระอุปคุตสะกดให้แข็งเป็นหินนิ่งอยู่กับที่ ทำให้พระเจ้าอโศกมหาราชเลื่อมใสศัทธามากครั้นถึงงานสมโภชพระสถูปเจดีย์พญาวสวดีมารก็มุ่งมาทำลายงานสมโภช โดยใช้ฤทธิ์อำนาจของตนเอง ในที่สุดพระอุปคุตเถระก็ปราบมารจนสิ้นฤทธิ์ พระอุปคุตอธิฐานประคตเอวเป็นโซ่รัดพญามารไว้กับภูเขา และเนรมิตให้ซากสุนัขเน่าไปคล้องคอพญามารไว้ไม่มีใครสามารถช่วยพญามารได้ เสร็จงานสมโภชแล้วพระอุปคุตจึงปล่อยพญามาร ทำให้พญามารเลื่อมใสศัทธาอธิฐานเข้าสู่บวรพระพุทธศาสนาและตั้งจิตอธิฐานปรารถนาสำเร็จเป็น พระสัพพัญญู ในอนาคต

พระอุปคุตจึงขอให้พญามารเนรมิตการเป็นรูปพระพุทธเจ้าเพื่อให้พระสงฆ์สาวกได้เห็นเหมือนเมื่อครั้งที่พระองค์ยังคงมีพระชนม์ชีพพญามารก็แสดงฤทธิ์เนรมิตกายเป็นพระพุทธเจ้าให้พระสงฆ์สาวกนับแสนรูปได้เห็นเป็นที่เจริญศรัทธายิ่งนักตั้งแต่นั้นมาจึงถือคติว่าพระอุปคุตเป็นพระอรหันต์มีฤทธิ์ทางปราบมาร บันดาลโชคลาภ ได้มีการสร้างรูปพระอุปคุตเป็นวัตถุมงคลรูปแบบต่าง ๆ ทั้งพระกริ่งอุปคุต พระบัวเข็ม พระอุปคุตบูชา พระอุปคุตจกบาตร

ปัจจุบันยังมีความเชื่อว่าพระอุปคุตยังมีชีวิตอยู่ ทุกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำตรงกับวันพุธ ชาวล้านนาจะเรียกว่า "วันเป็งปุ๊ด"หรือ "วันเพ็ญพุธ" พระอุปคุตจะออกมาบิณฑบาตในร่างของสามเณรน้อย โดยจะออกมารับบาตรเริ่มตั้งแต่ตีหนึ่งของวันพุธ ผู้คนจึงมักเห็นสามเณรน้อยเดินบิณฑบาตไปตามถนน ทางสี่แพร่งสามแพร่ง ตลอดจนถนนหนทางตามริมน้ำท่าน้ำต่างๆ จนกระทั่ง ตี๋นฟ้ายก หรือแสงเงินแสงทองออกมา จึงเนรมิตกายหายไป ทำให้เกิดประเพณีตักบาตรกลางคืนด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง ดอกไม้ธูปเทียน

เชื่อกันว่า หากผู้ใดมีบุญบารมีได้ใส่บาตรพระอุปคุตมักทำให้ร่ำรวยเงินทอง มีโชคลาภ เจริญรุ่งเรือง มีสติปัญญาเฉียบแหลม มีสมาธิจิตดี ปราศจากภัยทั้งปวง

พระอุปคุต ปางจกบาตร หมายถึง กิ๋นบ่เสี้ยง หรือกินไม่หมด ให้คุณทางทรัพย์สินเนืองนอง มากมาย ร่ำรวย

วิธีบูชาพระอุปคุต(พระบัวเข็ม)

การตั้งที่บูชา นิยมใช้ภารชนะใส่น้ำ แล้วตั้งองค์พระบัวเข็มหรือพระอุปคุตตรงกลาง โดยมีฐานรองเป็นลักษณะจำลองคลายกับว่าท่านประดิษฐาน (จำพรรษา) อยู่ในน้ำ (มหาสมุทร หรือสะดือทะเล) เพื่อตรงกับการเป็นอยู่จริงๆ ของท่าน (ตามประวัติของท่าน) แล้วบูชาด้วยดอกไม้

ดอกไม้ที่ต้องโฉลกคือ ดอกมะลิ ใช้ลอยน้ำบูชากล่าวกันว่า หากใครบูชาด้วยดอกมะลิเป็นประจำ ก็จะนำโชคลาภและสวัสดีมงคลมาให้มิได้ขาด

ส่วนตำแหน่งที่ตั้งพระอุปคุตหรือพระบัวเข็มไว้บูชานั้น ควรตั้งในตำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่า พระพุทธ เนื่องจากว่า พระบัวเข็มหรือพระอุปคุต เป็นพระอรหันต์ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้านั้นเอง

พระถาคาบูชาพระอุปคุต(พระบัวเข็ม)(เพื่อให้เกิดโชคลาภและคุ้มกันภัยพิบัติอันตรายทั่งปวง)

นะโม 3 จบ

มหาอุปคุตโต จะมหาลาโภ พุทโธลาภัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ราชาปุริโส อิถีโยมานัง นะโมโจรา เมตตาจิตตัง เอหิจิตติจิตตัง ปิยังมะมะ สะเทวะกัง สะพรหมมะกัง มะนุสสานัง สัพพะลาภัง ภะวันตุเม ฯ เอหิจิตติ จิตตังพันธะนัง อุปะคุตะ จะมหาเถโร พุทธะสาวะกะ อานุภาเวนะ มาระวิชะยะ นิระภะยะ เตชะปุญณะตา จะเทวะตานัมปิ มะนุสสานันปิ เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ อิมังกายะ พันธะนัง อะทิถามิ ปะอัยยิสสุตัง อุปัจสะอิ ฯ

หนึ่งในพระบูชามหาเศรษฐี บูชาแล้วรวยเร็ว ซึ่งได้ดลบันดาลลาภผล ความมั่งมีศรีสุข และคุ้มครองป้องกันภัยให้แก่ผู้สักการบูชาเสมอมา  บรรพชนคนรุ่นเก่าจึงนิยมสร้าง พระบูชามหาเศรษฐี สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน.

พระอุปคุต ปางจกบาตร แกะจากไม้สักทองและปิดทอง ใต้ฐานมีพระบรมสารีริกธาตุปิดด้วยยันต์โภคทรัพย์ พระบูชา หน้าตัก 3 นิ้ว วัดอุปคุต จ.เชียงใหม่

ติดต่อสอบถาม

อมูเล็ท โทร: 095-995-9399
Email: amuletinfo@yahoo.com

วิธีการชำระเงิน

ท่านสามารถทำการชำระเงินผ่านทางเคาเตอร์ธนาคาร หรือโอนเงินผ่านตู้ ATM ตามบัญชีข้างล่าง
ธนาคาร สาขา ชื่อบัญชี เลขที่บัญชี
ธ. กสิกรไทย แฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา จุฑาทิพ วุ้นสีแซง 720-2-78921-4