รหัสสินค้า 817
ชื่อพระเครื่อง หนุมาน มหาปราบ เนื้อเงิน หมายเลข 7 อุดผงพรายกุมาร กฐินปี 52 หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ
เกจิ-อาจารย์ หลวงพ่อสาคร มนุญโญ
ปีที่ออก ปี 2552
อายุพระเครื่อง 5 ปี
หมวดพระ เสือ - หนุมาน
ราคาเช่าบูชา 0.00 บาท
ค่าส่ง ฟรีค่าจัดส่ง
สถานะ เช่าแล้ว
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ 2013-06-11 06:02:20
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ 2014-06-17 21:46:39
จำนวนผู้ให้ความสนใจ 2,083 คน

รายละเอียดสินค้า

หนุมาน มหาปราบ เนื้อเงิน หมายเลข 7 อุดผงพรายกุมาร กฐินปี 52 หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ

กาลต่อมาซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะด้วยทรัพยากรธรรมชาติเริ่มมีจำกัดหรือทรัพยากรอาถรรพ์เริ่มหายากขึ้น ในการสร้างเครื่องรางของขลังในรูปหนุมานลอยองค์ของพระเกจิอาจารย์ในยุคตั้งแต่ปี พ.ศ 2500ลงมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนมากจะสร้างเป็นเนื้อโลหะ โดยมีการหล่อหลอมชนวนมวลสารที่สำคัญๆเข้าไปเป็นเนื้อในของหนุมาน เช่นแผ่นจารอักขระเลขยันต์ ชนวนพระกริ่ง วัตถุธาตุกายสิทธิ์อื่นๆ ที่สามารถหามาร่วมได้

หนุมานเนื้อโลหะที่ได้รับการยอมรับของวงการว่าเป็น “ต้นแบบ” และ “งดงาม” อย่างที่สุดก็คือ “หนุมานของหลวงปู่ทิม อิสริโก แห่งวัดละหารไร่” จังหวัดระยองครับ

ซึ่งลักษณะหนุมานเนื้อโลหะของหลวงปู่ทิม จะเป็นแบบ “นั่งยอง” มีการตอกโค๊ต กำกับไว้ชัดเจน

หลวงปู่ทิม อิสริโก หรือ ท่านพระครูภาวนาภิรัติ อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ จังหวัดระยอง ถือว่าเป็นสุดยอดพระเกจิอาจารย์องค์หนึ่งของชายฝั่งตะวันออกทีเดียวครับ...เพียงแต่ว่าท่านไม่ค่อยออกตัว

เล่ากันว่าการปลุกเสกหนุมานของหลวงปู่ทิมนั้น ท่านจะปลุกเสกหนุมานถึง 5 เสาร์ 5 อังคาร โดยในระหว่างพิธีปลุกเสกหลวงปู่ทิมท่านจะต้องนั่งทับอาวุธต่างๆ เท่าที่พอจะหาได้ในสมัยนั้น เช่น มีด หอก ดาบ ปืน ฯลฯ ซึ่งการปลุกเสกแบบนั่งทับอาวุธแบบนี้ในทางไสยศาสตร์เรียกกันว่า “ข่มอาวุธ”และก็เชื่อกันต่ออีกว่าการปลุกเสกหนุมานด้วยพิธีกรรมแบบนี้จะทำให้หนุมานนั้นมีฤทธิ์ มีเดชครับ

ว่ากันว่าคุณภาพของงาน ในบางส่วนสามารถวัดได้จากประสบการณ์ของผู้ที่นำไปใช้

ไม่ผิดหวังครับ...ด้วยความเข้มแข็งในเชิงเวทย์และปฏิปทาของผู้ปลุกเสกคือหลวงปู่ทิม ผนวกกับกระบวนการสร้างที่ถูกต้องตามตำราของโบราณจารย์ ส่งผลให้หนุมานเนื้อโลหะของหลวงปู่ทิมทะยานขึ้นมาเป็นเครื่องรางยอดนิยมของภาคตะวันออกเลยทีเดียว

ทั้งนี้โดยมีประสบการณ์ของผู้ที่นำหนุมานของหลวงปู่ทิมพกพาติดตัว เป็นปัจจัยบวกเสริมให้การทะยานตัวครั้งนี้มีฐานรองรับที่มั่นคงครับ

ในงานกฐินของวัดหนองกรับ ประจำปี 2552 หลวงพ่อสาครท่านได้ดำริให้จัดสร้างหนุมานขึ้นเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมทำบุญ..

โดยการสร้างครั้งนี้หลวงพ่อท่านได้กำหนดให้ทำตามรูปแบบเดิมของหลวงปู่ทิมคือ “หนุมานนั่งยอง” มือทั้งสองข้างของหนุมานให้วางไว้ที่หัวเข่า ในลักษณะท่านั่งของลิงอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งรูปแบบนี้เป็นการนั่งในลักษณะเตรียมพร้อมลุกขึ้นต่อกรกับเหล่าไพรีอยู่เสมอ

นอกจากนี้การออกแบบให้เท้าทั้งสองข้างวางบนหินและหางพันรอบ เพื่อให้เป็นนัยยะบอกถึงการเดินตามเรื่องราวเมื่อครั้งที่หนุมานไปหายาสังกรณีตรีชวาที่เขาสรรพยา เพื่อนำมาปรุงเป็นยารักษาพระลักษณ์ที่ต้องหอกโมกขศักดิ์ โดยที่หนุมานได้ใช้หางของตนเองพันรอบเขาสรรพยาเพื่อล่อให้ยาหนีขึ้นไปอยู่บนยอดเขา

ฐานเป็น”ฐานกลม”ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.25 ซม.

ด้านหน้ามีอักขระ “หะนุมานะ” หมายถึง “หัวใจหนุมาน”

ด้านหลังมีอักขระ “นะสังสะตัง” หมายถึง “กำลังหนุมาน”

หลวงพ่อสาครท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า การสร้างหนุมานครั้งนี้นับเป็นการสร้างหนุมานลอยองค์ครั้งแรกของท่าน แต่ไม่ใช่ว่าสร้างเป็นครั้งแรกแล้วจะต้องพิถีพิถันแบบสุดๆเท่านั้นนะครับ

เพราะหลวงพ่อท่านบอกว่าทุกครั้งที่ท่านสร้างวัตถุมงคล ท่านก็ทำแบบสุดๆและทำถูกต้องตามตำราของครูบาอาจารย์ครับ

ขั้นตอนในการสร้างหนุมาน เริ่มจากการนำชนวนโลหะศักดิ์สิทธิ์และแผ่นจารอักขระเลขยันต์ตามสูตร มาหลอมละลายเพื่อเทออกมาเป็นรูปหนุมาน ขั้นตอนที่สองจะเป็นพิธีกรรมชุบตัวหนุมาน ตามมาด้วยพิธีการอุดก้นหนุมานด้วยการนำเอาผงพุทธคุณ ผงน้ำมันมาผสมกับสีผึ้งเพื่อใช้อุด และแน่นอนครับที่จะขาดเสียมิได้คือ “ผงพรายกุมาร” ที่จะต้องกระโดดเข้ามามีเอี่ยวด้วยเสมอ

ผู้เฒ่าผู้แก่ในละแวกวัดหนองกรับที่ยังมีชีวิตและอยู่ทันร่วมยุคสมัยเดียวกับหลวงปู่ทิมได้เล่าให้ผมฟังว่า ครั้งหนึ่งในระหว่างที่เขานั่งสนทนากับหลวงปู่ทิม หลวงปู่เคยกล่าวออกมาว่าท่านกำลังรอเด็กที่เกิดใน “วันสาม เดือนสาม ปีสาม” เพื่อที่จะถ่ายทอดวิชาให้

เป็นที่เชื่อกันว่าบุคคลใดก็ตามที่เกิด”วันอังคาร เดือนสาม ปีขาล” ซึ่งตรงกับ “ดวงกำเนิดของหนุมาน” จะเป็นผู้ที่มีตบะเดชะและได้โฉลกกับการปลุกเสกหนุมานเป็นอย่างยิ่ง..

ปัจจุบันเด็กน้อยที่หลวงปู่ทิมเฝ้ารอ ได้ก้าวเข้ามาเป็นหลวงพ่อในดวงใจของหลายต่อหลายคนในปัจจุบันนี้ จะว่าไปแล้วเรื่องนี้คงต้องยกย่องในความเก่งกล้าของหลวงปู่ทิม เพราะลูกศิษย์ของท่านที่ชื่อ “หลวงพ่อสาคร มนุญโญ” นี่แหละครับที่เกิด “วันสาม เดือนสาม ปีสาม” 

ในส่วนของพิธีกรรมปลุกเสกนั้นหลวงพ่อบอกว่า ท่านต้องนำหนุมานทั้งหมดมาตั้งไว้บนกองศาสตราวุธ อันได้แก่ พระแสงของ้าว หอกใบพาย หอกสามง่าม หอกคฑาเทพ ไม้คมแฝก ขวาน มีด หน้าไม้ ธนู ปืน ฯลฯ โดยหลวงพ่อท่านจะทำการปลุกเสกแบบนี้ให้ครบ 5 เสาร์ 5 อังคาร ครบถ้วนตามตำราครับ

สำหรับ”ขั้นตอนในการชุบตัวหนุมาน” หลวงพ่อเล่าว่าท่านได้นำเอาว่านยาต่างๆมาบดเป็นผง เช่น ว่านหนุมานประสานกาย ว่านหนุมานนั่งแท่น ว่านนิลพัท ว่านเพชรคง ว่านเพชรกลับ ว่านทรหด ว่านเฒ่าหนังแห้ง ว่านห้าร้อยนาง ว่านไชยมงคล ว่านมหาเมฆ ว่านดาบนารายณ์ ว่านปราบสมุทร

ว่านมหาปราบ ว่านสบู่เลือด ว่านฤษีผสม ว่านนางคุ้ม ว่านหอกโมกขศักดิ์ ว่านเถาวัลย์หลง ว่านมหาหงษ์ ว่านขุนแผน ว่านพระเจ้าห้าพระองค์ ว่านมเหศวร ว่านจูงนาง ว่านอึ่ง ว่านนางคำ ว่านช้างประสมโขลง ว่านมหาเสน่ห์ ว่านสาลิกา ว่านพัดโบก ว่านพญากาสัก ฯลฯ

ใบไม้รู้นอนทั้ง 7 ชนิด ดังนี้ ใบมหาระงับ ใบผักกะเฉด ใบกระทืบยอด หญ้าใต้ใบ ใบชุมเห็ด ใบสมิ แคขาว (ทั้งนี้เพื่อถือเป็นเคล็ดของความไม่รู้จักนอน ไม่รู้จักตายเหมือนหนุมาน)

ว่านยาต่างๆและใบไม้รู้นอนทั้ง 7 ชนิดเมื่อนำมาบดเป็นผงแล้ว จึงนำมาผสมกับน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อใช้สำหรับ “ชุบตัวหนุมาน”

พูดถึง“พิธีกรรมชุบตัว”กันก่อน

พิธีกรรมชุบตัวมีมานานแล้วครับ

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คงต้องอ้างเรื่องราวใน “รามเกียรติ์” ตอน “อินทรชิตออกศึก” ที่ว่าทศกรรฐ์เมื่อรู้ว่ากุมภกรรณตาย ก็โกรธแค้นและสั่งให้อินทรชิตไปแก้แค้น ฝ่ายพระรามก็ส่งให้พระลักษณ์ไปรบแทน

สงครามตัวแทนที่เกิดขึ้นไม่ปรากฏผลแพ้ชนะในวันเดียว ทั้งพระลักษณ์และอินทรชิต จึงได้นัดหมายมารบกันใหม่ในวันรุ่งขึ้น ก่อนจะถึงวันเสียงปืนแตกนี่แหละครับ อินทรชิตได้แอบไปทำพิธี “ชุบศรนาคบาศ” ที่เขาอากาศ 

ครับ...พิธีชุบเหมือนกัน ต่างกันแค่สิ่งนำลงไปชุบ..

การชุบตัวหนุมานของวัดหนองกรับ ถูกกำหนดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 ณ พระอุโบสถ วัดหนองกรับ  

พิธีนี้มีชื่อว่า “ชุบตัวหนุมานด้วยศรนารายณ์” ครับ

ศรนารายณ์ คือ “คาถาเฉพาะทางของหลวงปู่ทิม” ที่ท่านจะสอนให้เฉพาะกับบรรดาลูกศิษย์ใกล้ชิด

ซึ่งแน่นอนครับในจำนวนลูกศิษย์ใกล้ชิดต้องนับรวมหลวงพ่อสาครด้วย

หลวงพ่อบอกว่า คาถานี้คนโบร่ำโบราณใช้ท่องเวลาออกจากบ้าน เพื่อให้ตนเองแคล้วคลาด คงกระพันและมีโชคลาภ คาถานี้สามารถใช้ทำน้ำมนต์อาบตัวก็ได้ โดยในการอาบน้ำมนต์ ผู้ที่อาบจะต้องลูบไล้ไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย เริ่มจากศรีษะลงไปถึงปลายเท้า

สมัยก่อนลูกศิษย์ของหลวงปู่ทิมที่เป็นพระชื่อว่า “หลวงตาคร่ำ” อยู่วัดหนองกรับ กับลูกศิษย์ฆราวาสท่านหนึ่งได้ทดลองวิชาศรนารายณ์กัน ผลปรากฏว่า คมมีดไม่สามารถสร้างความระคายเคืองต่อผิวหนังได้

หนุมานชุดนี้ใต้ฐานบรรจุ ผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม ดิน 7 โป่ง ดิน 7 ท่า ดิน 7 ขุนเขา ดิน 7 โบสถ์ ดิน 7 เสมา ดิน 7 ปลวก ดิน 4 สมุทร ดิน 9 ป่าใหญ่ ดิน 9 เขาสูง ดิน 9 หนองใหญ่

ปลุกเสกครั้งที่ 1 เสาร์ที่ 5 กันยายน 2552

ปลุกเสกครั้งที่ 2 อังคารที่ 8 กันยายน 2552

ปลุกเสกครั้งที่ 3 เสาร์ที่ 12 กันยายน 2552

ปลุกเสกครั้งที่ 4 อังคารที่ 15 กันยายน 2552

ปลุกเสกครั้งที่ 5 เสาร์ที่ 19 กันยายน 2552

ปลุกเสกครั้งที่ 6

ติดต่อสอบถาม

อมูเล็ท โทร: 095-995-9399
Email: amuletinfo@yahoo.com

วิธีการชำระเงิน

ท่านสามารถทำการชำระเงินผ่านทางเคาเตอร์ธนาคาร หรือโอนเงินผ่านตู้ ATM ตามบัญชีข้างล่าง
ธนาคาร สาขา ชื่อบัญชี เลขที่บัญชี
ธ. กสิกรไทย แฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา จุฑาทิพ วุ้นสีแซง 720-2-78921-4